ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ สมาคมไร้สาระ ที่ๆท่านควรระลึกไว้ว่าท่านจะไม่พบความมีสาระ ณ ที่นี่
 
เธšเน‰เธฒเธ™PortalliCalendarเธŠเนˆเธงเธขเน€เธซเธฅเธทเธญเธ„เน‰เธ™เธซเธฒเธชเธกเธฑเธ„เธฃเธชเธกเธฒเธŠเธดเธ(Register)เธฃเธฒเธขเธŠเธทเนˆเธญเธชเธกเธฒเธŠเธดเธเธเธฅเธธเนˆเธกเธœเธนเน‰เนƒเธŠเน‰เน€เธ‚เน‰เธฒเธชเธนเนˆเธฃเธฐเธšเธš(Log in)

Share | 
 

 Mask Rider Haruhito

เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธเนˆเธญเธ™เธซเธ™เน‰เธฒ เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธ–เธฑเธ”เน„เธ› Go down 
เธœเธนเน‰เธ•เธฑเน‰เธ‡เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก
raymiel02
เด็กอนุบาลสานฝัน
เด็กอนุบาลสานฝัน
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 11
สังกัด : SoS Brigade Space Force
Registration date : 06/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Mask Rider Haruhito   Fri Apr 06, 2007 9:00 pm

Mask Rider Haruhito



EP 01

เมื่อไหร่ที่ผมเลิกเชื่อเรื่องซานตาคลอสน่ะรึ? พูดจริงๆเลยนะคำถามพวกนี้ไม่มีความสำคัญสำหรับผมเลยจริง ๆ ยังไงก็ตามถ้าหากคุณถามผมว่าผมเลิกเชื่อเรื่องจำพวกชายแก่ๆที่ใส่ชุดแดงคือซานต้าเมื
่อไหร่ ผมจะตอบได้ทันทีเลยว่า “ผมไม่เคยเชื่อเรื่องซานต้าเลยแม้แต่นิดเดียว”

ผมรู้ว่าซานต้าที่ปรากฏตัวขึ้นที่ปาร์ตี้วันคริสต์มาสตอนที่ผมยังอยู่ชั้นอนุบาลนั้น
เป็นตัวปลอม ตอนนี้ผมมาคิดเรื่องนี้นะทุกๆคนในห้องก็ไม่เชื่อหรอกว่านั่นเป็นซานต้าจริง ๆ

ถึงผมจะไม่เคยเห็นแม่ของผมจูบซานตาคลอสก็เถอะแต่ผมก็ฉลาดพอที่จะสงสัยว่าชายแก่ที่ทำ
งานเฉพาะวันคริสต์มาสอีฟจะมีตัวตนจริง ๆ แต่ก็นานเหมือนกันกว่าผมจะรู้ว่าพวกเอเลี่ยน, ผี,สัตว์ประหลาด และเอสเปอร์อย่างในการ์ตูนประเภทคนดีๆสู้กับองค์กรชั่วร้ายนั่นไม่มีทางที่จะเกิดขึ้
นในชีวิตจริงหรอก

ไม่สิ ผมเคยคิดว่าผมแค่ไม่อยากจะยอมรับมันเพราะลึกๆแล้วผมอยากจะให้มีเอเลี่ยน, ผี, สัตว์ประหลาด, เอสเปอร์ และพวกองค์กรชั่วร้ายขึ้นมาจริงๆ ดูความน่าเบื่อของชีวิตผมสิ โลกแบบนั้นยังน่าอยู่ซะกว่า ผมล่ะอยากจะอยู่ในโลกที่มีของแบบนั้นจริงๆ! ผมอยากจะเป็นคนที่ช่วยเด็กผู้หญิงจากการลักพาตัวของมนุษย์ต่างดาว อยากจะใช้ความกล้าหาญ ความเฉลียวฉลาด และปืนเลเซอร์คู่ใจต่อสู้กับพวกเอเลี่ยนที่มาจากอนาคตเพื่อจะเปลี่ยนประวัติศาสตร์เพ
ื่อผลประโยชน์ของพวกมันเอง ผมอยากจะเป็นคนที่กำจัดปิศาจและพวกสัตว์ประหลาดด้วยการท่องเวทย์มนต์ง่าย ๆ สู้กับพวกกลายพันธุ์และพวกสะกดจิตที่มาจากองค์กรชั่วร้าย และเข้าร่วมในสงครามโทรจิต!

แต่ชีวิตจริงมันช่างโหดร้ายสิ้นดี... สิ่งที่ผมคิดมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ผมมาถึงจุดที่คิดว่านั่นมันเป็นแค่เรื่องเพ้อฝันเท่านั้น แต่ทว่านั่นก็แค่ความคิดของผมในตอนแรกเท่านั้นแหละ เพราะความคิดเหล่านี้ของผมถูกขยี้ทิ้งลงถังขยะชนิดเอากลับมารีไซเคิ้ลอีกไม่ได้เลย เมื่อได้พบกับเธอ.........สุซุมิยะ ฮารุฮิ

นับแต่วันที่ชีวิตนักนักเรียนม.ปลายธรรมดา ๆ ของผมถูกทำลายจนป่นปี้ด้วยฝีมือของคุณเธอ ก็เป็นเวลาเกือบ 3 เดือนแล้ว อันที่จริงผมน่าจะรีบเผ่น ๆ ไปจากกองพันบ้า ๆ ที่ฮารุฮิสร้างขึ้นมา แต่ก็ไม่รู้ว่าเพราะทำไมเหมือนกันที่ผมไม่ยอมทำแบบนั้น จะเป็นเพราะผมเมาหรือเพราะอะไรอื่นกันแน่ ผมก็ยังไม่แน่ใจ ทว่าถึงผมจะบ่นไปอย่างโน้นอย่างนี้ แต่ในใจลึก ๆ ผมก็ดีใจล่ะว่า มนุษย์ต่างดาว นักเดินทางข้ามกาลเวลา กับเอสเปอร์ มีตัวตนจริง ๆ เสียด้วย ชีวิตก็ไม่โหดร้ายอย่างที่คิดสินะ
แต่ว่าเรื่องที่ผมบ่นมายืดยาวนั้นกลับกลายเป็นเรื่องขี้ผงไปเลย นับแต่วินาทีผมได้พบกับสิ่งที่ไม่คาดฝันยิ่งกว่านั้น
มันเป็นวันที่ผมเดินกลับบ้านอย่างปกติเหมือนทุก ๆ วัน ในเส้นทางเดิม ๆ

"นี่ เดี๋ยวก่อนสิ"

ผมบีบเบรกเพื่อหยุดจักรยานที่กำลังขี่อยู่ทันที ทั้ง ๆ ที่ก็ไม่รู้หรอกว่าเขาเรียกผมหรือเปล่า อันที่จริงถ้าผมปั่นไปเรื่อย ๆ โดยไม่สนใจซะแต่แรกก็คงสบายไปแล้ว

"ไม่ได้พบกันเสียนาน ฉันควรจะพูดแบบนี้สินะ"

ชายในชุดสูทสีดำ สวมแว่นตาดำ ท่าทางแปลก ๆ ทักทายผมเช่นนั้น ผมคิดว่าเขาทักคนอื่น แต่ว่าที่แห่งนั้นนอกจากผมกับเขาแล้วก็ไม่มีใครอีก ดังนั้นเขาก็คงพูดกับผมล่ะมั้ง แต่เอ๊ะ? ผมไปมีคนรู้จักอายุราว 25 - 26 ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

"คุณ....เป็นใคร?"

แน่นอนล่ะว่าผมควรจะถามเช่นนั้น ออกไปเพราะมันเป็นเรื่องของเวลาเจอคนไม่รู้จัก หรือผมอาจจำเขาไม่ได้เอง

"มีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ช่วยมาด้วยกันหน่อยได้ไหม?"

ชายคนนั้นขยับริมฝีปากออก พร้อมกับเอ่ยชวนผมอย่างพยายามจะทำให้สุภาพมากที่สุด ถึงแม้ผมจะไม่รู้สึกว่ามันเป็นอย่างนั้นก็เถอะ ผมตามเขาไปโดยไม่เอ่ยถามอะไร คุณอาจคิดว่าทำไมผมไม่หนี นั่นสิผมก็อยากรู้เหมือนกัน ทำไมผมต้องตามคนที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ แถมใส่ชุดอย่างกับเจ้าหน้าหน่วยสืบราชการลับอย่างนี้มาด้วย แต่ว่าคำตอบของเรื่องมันอยู่ถัดจากตรงนี้ไปแหละ

"ที่นี่เวลานี้คงไม่มีใครค่อยผ่านมานะ"

แมนอินแบล็ค คนนั้นมองไปรอบ ๆ ก่อนจะมองมาที่ผม ในตอนนี้ผมก็ชักอยากรู้แล้วสิว่าเขาพาผมมาที่สวนสาธารณะในเวลาเย็น ๆ จนเกือบจะมืดอย่างนี้ทำไม ใจหนึ่งผมก็กลัวว่าถ้าเขาคิดร้ายกับผม ผมจะทำเช่นไร อันที่จริงผมน่าจะเข็ดหลาบตั้งแต่เหตุการณ์ของอาซากุระ เรียวโกะ แล้วแท้ ๆ ผมคิดไปต่าง ๆ นา ๆ แต่ดูเหมือนว่า ระหว่างที่ผมกำลังคิดอยู่นั้นคนตรงหน้าผมจะมีอาการแปลก

"มาไวกว่าที่คิดแหะ"

เขาพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง แม้นว่าดวงตาจะถูกซ่อนอยู่ใต้แว่นดำ แต่ผมก็ยังรู้ได้ ให้ตายเถอะนี่เขาจะทำอะไรกับผมเนี้ย คงไม่ข่มขืนผมหรอกนะ!! แต่ว่าทำไมเขาถึงเริ่มจะทำในสิ่งที่ผมกลัวขึ้นมาทุกทีล่ะ วิ่งเข้ามาทำไม!!?

"หลบไป"

โอ้ย!!! เจ็บชะมัดทำไมจู่ ๆ ชายคนนั้นก็ผลักผมลงล้มกลิ้งด้วย

"มันเจ็บนะเจ้าบ้า!!!"

ผมตะโกนด่าออกไปด้วยอารมณ์โมโห แต่แล้วผมก็ได้เห็นในสิ่งจะบอกว่า แปลกใหม่หรือชินตาสำหรับผมดีล่ะ นายคนนั้นกำลังใช้ดาบรับกรงเล็บของอะไรซักอย่าง ที่ดูตัวเขียว ๆ แต่เอ๊ะ? เขาไปหยิบดาบมาจากที่ไหนล่ะ?

Stand By

เสียงที่ดังแว่ว ๆ ออกมาจากพื้นใกล้ ๆ มีบางสิ่งบางอย่างโผล่พรวดออกมาจากผิวดิน แว๊ก!! นั่นมันแมงป่องนี่ เอ๊ะ!? ทำไมมันสีเงินล่ะ? หรือมันเป็นแมงป่องพันธุ์ใหม่แกะกล่อง ที่ยังไม่ถูกค้นพบ ดูเหมือนว่าในระหว่างที่ผมให้ความสนใจกับเจ้าแมงป่องรูปร่างพิลึกพิลั่นนี่ ชายคนนั้นก็ผละตัวเองออกมาจาก สิ่งที่ผมอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูกนั่นถอยออกมาใกล้ ๆ ผม

"ไปหาที่หลบซักพอก่อนไป"

ผมได้ยินเขาพูดออกมาแบบนั้น อันที่จริงถึงไม่บอกผมก็กะจะหนีอยู่แล้วล่ะ แต่ถึงงั้นก็เถอะแล้วผมจะหนีไปไหนล่ะ?

HenShin

เสียงที่ผมได้ไม่ใช่เสียงพูดของคนในเสื้อสูทดำ แต่ว่ามันดังออกมาจากตัวเขาแน่นอน ไม่สิ!! เสียงนี้ไม่น่าจะใช่เสียงคนเสียด้วยซ้ำ เสียงนี้ดังออกมาตอนที่เขาเสียบเจ้าแมงป่องที่กระโดดขึ้นไปบนมือเขาลงไปบนดาบที่เขาถ
ือ ทำให้ตอนนี้ผมเข้าใจแล้วว่าเจ้าแมงป่องตัวน้อยนั้นคงไม่ใช่สิ่งมีชีวิตพันธุ์ใหม่แล้
วล่ะ หากแต่เป็นของที่ทำให้ดูเหมือนแมงป่องซะมากกว่า แต่นี่มันคงไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องใส่ใจในตอนนี้

ผมควรจะตกใจดีไหม เมื่อเห็นชายคนนั้นค่อย ๆ มีอะไรบางอย่างมาหุ้มร่างและกลายเป็นตัวอะไรก็ไม่รู้ ที่แปลกประหลาดพอ ๆ กับไอ้ตัวสีเขียวนั่น ถึงจะดูดีกว่าก็เถอะ แต่ทว่าผมไม่ค่อยจะชอบไอ้ท่อสีส้ม ๆ ที่อยู่ตามตัวเลยแหะ ถ้าหากเป็นปกติคงต้อง ทำหน้าตะลึงหรือไม่ก็ร้อง จ๊าก!! แล้ววิ่งหนีไปให้สุดชีวิตใช่ไหม? ผมเองก็อยากทำแบบนั้นแต่ก็ไม่รู้หรอกนะว่าเพราะอะไรยังทำให้ผมยืนดูอยู่ตรงนั้น และดูเหมือนว่าผมไม่รู้สึกตกใจเท่าไหร่เลยด้วย อาจเป็นเพราะผมผ่านเหตุการณ์น่าทึ่งแบบนี้มาหลายครั้งมั้ง น่าขอบใจเธอจริง ๆ เลยฮารุฮิ

ประกายไฟที่สว่างวาบ เพราะดาบในมือที่ฟาดฟันลงไปมันส่องสว่างให้เห็นได้ชัดในที่เริ่มมืดแบบนี้ ชายที่แปลงร่าง หรือ ใส่เกราะหรือะไรก็ช่างเถอะ ได้ฟาดฟันกับสิ่งที่ผมจะเรียกว่า สัตว์ประหลาดก็คงไม่ผิดเพี้ยนนัก อมนุษย์สองตัวฟาดฟันกันอยู่ตรงหน้าผมห่างไปไม่เกิน 10 เมตร ให้ตายเถอะ มันยิ่งกว่าความรู้สึกของพี่เลี้ยงนักมวยที่ยืนเชียร์อยู่ข้างเวทีเสียอีก

"ย๊าก!!!"

เสียงตะโกนเพื่อเรียกพลังใจหรือเพราะอะไรก็ไม่ทราบดังออกมาในขณะที่เขากฟาดดาบอย่างเ
มามัน ดูเหมือนว่าถ้านี่คือการแสดงหนังฮีโร่ หรือรายการล้อกันเล่น ๆ ผมก็จะดีใจยิ่งกว่านี้ แต่ว่าการที่จู่ ๆ มีไอ้ตัวแบบเดียวกับไอ้ตัวเขียว ๆ ที่กำลังโดนสับอย่างสนุกสนานอยู่ข้างหน้าผมโผล่มาเพิ่มอีก 4-5 ตัวเนี้ย ผมไม่ยินดีเลยนะ

เหมือนสวรรค์ทรงโปรดที่ คนที่แต่งชุดฮีโร่ดีไซน์ไม่ถูกใจผมนักกระโดดมาช่วยผมที่กำลังจะโดนรุมกินโต๊ะ เอาไว้ได้ทันเวลา คมดาบที่สับไปสับมาอย่างรวดเร็ว

ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!

เสียงระเบิดที่ดังลั่นกับประกายไฟสีเขียวที่ลุกวาบทำเอาผมแทบล้มทั้งยืนแนะ เป็นเอฟเฟคที่ตระการตาไม่น้อย นี่ถ้าเป็นหนังฉายทางทีวีคงเรียกเรทติ้งได้ดีน่าดู

"ไม่เป็นไรนะ"

เสียงของชายที่เรียกผมมาที่แห่งนี้ดังลอดผ่านหน้ากากออกมาอย่างชัดเจน น่าแปลกถ้าใส่หน้ากากอยู่ก็น่าจะเสียงอู้อี้กว่านี้แต่ทำไมเสียงของเขาถึงชัดแจ๋วอย่
างกับพูดปกติเลยล่ะ?

"หลบไป!!!"

หลังจากที่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรกันเป็นเรื่องเป็นราวผมก็โดนเขาผลักกระเด็นอีกแล้ว ถ้าวันนี้ผมรอดตายไปแบบครบ 32 ได้ก็คงเป็นโชคดีที่สุดในชีวิตผมแล้วล่ะ

แต่ดูเหมือนว่าไม่ใช่ผมคนเดียวที่กระเด็นแหะ เพราะพอผมลุกมาอีกที ผมก็เห็นเขาลอยไปลอยมา เหมือนลูกพินบอลที่โดนตบไปกระแทกสิ่งกีดขวางอยู่แปบหนึ่งก่อนที่กระเด็นไปทับม้านั่ง
ยาวที่อยู่ใกล้ ๆ หักเป็นสองท่อน และดูเหมือนว่าจะมีอะไรบางอย่างปรากกฏตัวอยู่ข้างหน้าผมห่างไปราวห้าเมตร ตัวประหลาดอีกแบบโผล่ออกมาแล้วแหะ นี่ถ้าผมกำลังฝันอยู่ใครก็ได้ช่วยเตะผมให้ตื่นทีเถอะ

Cast Off

เสียงแบบตอนนั้นดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับอะไรก็ไม่รู้ลอยผ่านหน้าและหัวผมไปอย่างเร็ว
ฉิว ในขณะที่ไอ้ตัวที่ยืนอยู่ก็ล้มไม่เป็นท่าเหมือนกัน แว่บ ๆ ผมรู้สึกเหมือนมีอะไรมากระแทกมันนะ

Change Scorpion

เสียงแบบเดียวกันดังขึ้นอีกในเวลาถัดมาเพียงไม่กี่วินาที ร่างที่ลุกขึ้นมาจากม้านั่งที่หักสองท่อนยืนตระหง่านพร้อมตั้งดาบในมือขนานลำตัวอย่า
งมาดแมน เวลานี้ผมรู้สึกว่าชุดนี้ดูเท่ห์กว่าไอ้ชุดหลอดกาแฟเมื่อกี้เยอะเลย แต่เอ๊ะ เจ้าตัวที่ยืนล้มไปเมื่อกี้มันอยู่ไหนแล้วล่ะ มันหนีไปแล้วหรือ?

"Clock Up"

Clock Up

เสียงที่ดังลอดออกมาจากหมวกที่ทำให้มีหางอย่างกับแมงป่องตั้งเด่อยู่บนหัวนั้นแลดเข้
าหูผมอย่างชัดเจน พร้อมกับเสียงที่ย้ำคำนั้นก็ดังตามมาติด ๆ วินาทีนั้นมันเกิดอะไรขึ้นก็ไม่ทราบรู้ตัวอีกที เขาก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ก่อนจะเกิดเสียงระเบิดดังลั่นตามมาติด ๆ จากด้านหลังของผม

Clock Over

ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะจบลงที่ผมไม่ทราบอะไรเลยซักกะนิด นี่มันเกิดอะไรกับชีวิตผมอีกเนี้ย!! ชายคนนั้นเดินเข้ามาหาผมอย่างช้า ๆ ดูเหมือนสายตาเขาจะจับจ้องผ่านกระจกสีเขียว ๆ ของหมวกแมงป่องนั่น เขาเดินมาใกล้ผมมาขึ้นเรื่อย นี่ผมควรจะหนีดีไหมเนี้ย?

"โทษที ที่ทำให้ตกใจนะ ดูท่าจะไม่บาดเจ็บสินะ"

เขาถามผมด้วยเสียงเรียบ ๆ ในขณะที่ไอ้ชุดภายนอกก็แตกออกอย่างกับเปลือกแมลงแล้วก็หายไปพร้อมกับการกระโดดจากไปข
องเจ้าแมงป่องรูปร่างพิลึกนั่น ตอนนั้นผมยืนทำหน้ายังไงก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ผมก็ชักจะรู้สึกตัวว่าเสียงของคน ๆ นี้มันเหมือนเคยได้ยินที่ไหนนะผมว่ามันคุ้นหูมากทีเดียวล่ะ

"ตะกี้เสียเวลานิดหน่อย ก็เลยยังไม่ได้บอก ฉันก็คือตัวนายไงล่ะ"

คำพูดของเขาทำเอาผมอึ้งไปราว 0.5 วินาที ตัวผม เขาคือตัวผมเหรอ แล้วผมในตอนนี้เป็นใครล่ะ? ตกลงนี่มันอะไรกันแน่ แต่ระหว่างที่ผมอึ้งเขาก็ถอดแว่นดำออก ถึงมันจะทำใจเชื่อยาก แต่ก็ต้องเชื่อ เพราะหน้าของคนที่อยู่ตรงหน้า มันมองยังไงก็เหมือนผมไปทุกอย่าง จะผิดเพี้ยนก็คือความสูง กับใบหน้าที่ดูแก่กว่าผม ใบหน้าแบบนี้ต้องซัก 20 ปีขึ้นไปแน่ ๆ เลย แต่ว่าทำไมตัวผมอีกคนถึงได้มาอยู่ตรงนี้ ไม่สิผมจะทำใจเชื่อได้หรือ? จะเป็นรายการล้อกันเล่น ก็ไม่น่าจะหาคนหน้าเหมือนผมได้ขนาดนี้นะ อ่า~ นี่ผมกลายเป็นพวกเดียวกับคุณอาซาฮินะไปซะแล้วหรือนี่?

"ไม่ต้องตกใจไปฟังให้ดี ๆ ตัวฉันในอดีต ฉันคือนายในอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้าฉันย้อนกลับมาที่เวลานี่เพราะมีเหตุผลบางอย่าง"

ถึงผมจะไม่อยากเชื่อ แต่ก็คงต้องเชื่อเพราะผมเองก็เคยเจอกรณีเช่นนี้มาก่อนแล้ว แต่ไอ้ว่าที่ไม่อยากเชื่อก็ไมใช่สิ่งที่เขาพูด แต่เป็นรูปร่างของเขาตะหาก ไม่น่าเชื่อเลยว่าตัวผมในอนาคตจะเท่ห์แบบนี้ ดูเหมาะกับสูทดำเสียจริง ๆ แต่ถ้าผมพูดออกไปดัง ๆ ก็เหมือนกับชมตัวเองน่ะสิ

"เรื่องอะไรงั้นเหรอ?"

ผมถามตัวผมเองที่อยู่ตรงหน้า แต่แบบนี้มันฟังแปลก ๆ นะ

"รับนี่ไป"

ตัวผมในอนาคตยื่นดาบที่เขาใช้เมื่อครู่ให้กับผม

"นี่มัน.....อะไร?"

"ซาซอร์ดไยบะ อุปกรณ์ที่คู่กับ ซาซอร์ดเซ็กเตอร์ เมื่อครู่นายก็คงได้เห็นแล้วถึงการใช้งานของมันแล้วสินะ"

สีหน้าอมยิ้มเล็ก ๆ ที่จ้องมองมาที่ผมนี่ ทำไมผมรู้สึกอึดอัดจังแหะ ผมเคยยิ้มด้วยหน้าตาแบบนี้ด้วยเหรอ?

"ว่าแต่ว่า ให้เจ้านี่มาทำอะไร?"

ถึงผมจะไม่รู้เรื่องอะไรมากนัก และเอ่ยถามไปอย่างนั้นแต่ผมก็เอื้อมมือไปรับของที่ยื่นมาให้นั่นอย่างไม่รอช้าเลย

"ฉันบอกรายละเอียดมากมายไม่ได้ แต่ว่าจากนี้ไปเจ้าสิ่งนี้จำเป็นสำหรับนายส่วนนี่ก็เป็นคู่มือการใช้ อ่านมันซะแล้วจำให้ขึ้นใจ"

หลังจากยื่นดาบมาให้แล้วเขาก็ยื่นแผ่นพับที่ดูเหมือนกระดาษคู่มือสำหรับของเล่นเด็กม
าให้ผม ให้ตายเถอะทำไมขอจากอนาคตถึงไม่ทำให้มันดูมีเกรดกว่านี้นะ

"ซาซอร์ดไยบะ จะตอบสนองกับตัวผู้ใช้ ยามที่ต้องการมันจะปรากฏออกมาเอง เวลาจะเก็บมันก็คิดให้มันหายไปมันก็จะหายไป ที่เหลือก็อ่านในคู่มือการใช้ก็แล้วกัน"

ผมรับแผ่นคู่มือมาโดยไม่ได้ถามอะไร แต่ตอนนั้นตัวผมในอนาคต ดูเหมือนจะรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ในตอนนั้น

"ขอโทษที ที่บอกอะไรมากไม่ได้ แต่จากนี้ไปนายคงต้องเจอกับเรื่องหนัก ๆ ซักหน่อย"

ที่เจออยู่ทุกวันนี้ยังไม่หนักพออีกเหรอ?

"ส่วนไอ้กระเป๋าพวกนี้ มันถูกล็อกไว้ให้เปิดตามเวลา ถ้าหากไม่ถึงเวลาที่กำหนดมันก็จะไม่เปิดออกมา"

ดูเหมือนว่าของฝากจากอนาคตจะยังไม่หมด กระเป๋าเหล็กใบไม่ใหญ่ไม่โตทรงโหล ๆ สี่ใบถูกยื่นให้ผม แต่เอ๊ะ แกไปเอามาจากไหนทั้ง ๆ ที่ตะกี้ยังมือทั้งสองข้างยังไม่มีอะไรแท้ ๆ หรือว่าตัวผมในอนาคตจะเป็นนักมายากลกันนะ

"เวลาของฉันมีน้อยน่าเสียดาย ฉันเองก็ต้องรีบไปแล้วไม่งั้น อนาคตอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ฉันหวังว่า ของที่ฉันมอบให้จะช่วยให้นายทำในสิ่งที่ฉันอยากจะทำที่สุดได้ จงอย่ายอมแพ้ถ้าหากไม่อยากสูญเสียสิ่งที่รักมากที่สุด"

นั่นเป็นคำพูดสุดท้ายที่ตัวผมในอนาคตทิ้งไว้ก่อนจะเดินอย่างมาดเท่ห์เหมือนพระเอกหนั
งบู๊และหายลับไปในความมืดของสวนสาธารณะแห่งนั้น ฟังตัวเองพูดแบบนั้นแล้วยังไงก็ไม่รู้แหะจะว่าเท่ห์ก็เท่ห์ แต่จะว่าน้ำเน่าก็เน่าอยู่ อันที่จริงในตอนนั้นผมก็ไม่ค่อยจะเข้าใจเรื่องที่ตัวเองพูดให้ฟังซักเท่าไหร่ รู้แต่เพียงว่า ผมต้องหิ้วไอ้กระเป๋าเหล็ก 4 ใบนี่กลับบ้านหรือเนี้ย โอ้จอร์จ หนักตายชักเลย!!
ผมต้องหิ้วกระเป๋าพวกนั้นกลับบ้านโดยไม่มีทางเลือก

แต่ก็แปลกที่คนในบ้านกลับไม่มีใครถามอะไรเกี่ยวกับไอ้กระเป๋าเหล็ก 4 ใบที่หิ้วมาเลย ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีล่ะนะ ถึงผมจะสงสัยอยู่บ้างก็เถอะว่าไอ้กล่องบ้าพวกนี้ใส่อะไรอยู่ก็เถอะ แต่ว่ามันเปิดไม่ได้ ถ้าผมจะแงะก็คงได้ แต่ก็ไม่กล้าเสี่ยงเพราะมันเป็นของที่ตัวผมเองฝากมาให้ผม มันก็เหมือนของผมใช่ไหม? พูดไปก็งง ๆ เหมือนกัน แต่ว่าหลังจากคืนนั้นผมก็พยายามลืมเรื่องนี้ไป แล้วก็ออกไปโรงเรียนในตอนเช้าอย่างปกติสุข ทว่าเหตุการณ์ที่ผมไม่อยากจะจำจริง ๆ มันกลับจะเริ่มหลังจากนี้เป็นต้นไปตะหาก

To Be Conitnue
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
Hoiji
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 65
อายุ : 30
สังกัด : Minerva Guard
อาชีพ : นักศึกษามหาลัย , คาเมน ไรเดอร์
ความสนใจ : การ์ตูน เกม ฮีโร่ญี่ปุ่นและความสงบสุข
Registration date : 27/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Mask Rider Haruhito   Fri Apr 06, 2007 9:37 pm

และแล้วในที่สุด ฮารุฮิโตะก็มาอาละวาดบนบอร์ดแห่งนี้ หุ ๆ สุดยอดเลยค๊าบ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
raymiel02
เด็กอนุบาลสานฝัน
เด็กอนุบาลสานฝัน
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 11
สังกัด : SoS Brigade Space Force
Registration date : 06/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Mask Rider Haruhito   Sat Apr 07, 2007 12:27 pm

Mask Rider Haruhito

EP 02

ถ้าจะพูดถึงฤดูร้อนล่ะก็ คุณจะนึกถึงอะไร แน่นอนถ้าถามผม ผมจะตอบโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อยว่า ผมนึกถึงมุกิชาเย็น ๆ เป็นอันดับแรก โดยเฉพาะถ้าชงด้วยฝีมือของคุณอาซาฮินะด้วยแล้ว รสชาติมันจะยิ่งดีขึ้นเป็นเท่าตัว เฮ้อ~ นี่แหละสวรรค์ในหน้าร้อนเลย ผมกระดกมุกิชาเย็น ๆ ที่เพิ่งได้รับมาจากคุณอาซาฮินะลงคออย่างรวดเร็ว

ฮ่า~ ชื่นใจสุด ๆ เหมือนไปยืนอยู่บนเทือกเขาหิมาลัยก็มิปาน แต่มอง ๆ ไปก็สงสารคุณอาซาฮินะเสียจริง ๆ อากาศก็ร้อนแบบนี้ยังต้องใส่ชุดเมดแขนยาว ๆ นี่อีก ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำตามคำสั่งเพี้ยน ๆ ของฮารุฮิถึงขนาดนี้ด้วยนะ แต่จะว่าไปพอยายนั่นไม่อยู่มันก็เงียบดีเหมือนกันแหะ มองไปข้างหน้าก็เห็นเจ้าโคอิสุมิมันยิ้มแบบน่าขนลุกอยู่ข้างหน้าผม มองไปข้าง ๆ ก็มีนางาโต้นั่งเป็นของประดับห้องอยู่เช่นเดิม วันนี้ก็คงจะเป็นวันธรรมดา ๆ วันหนึ่งล่ะนะ ไม่สิถ้าจะพูดให้ถูกผมขอให้มันเป็นวันธรรมดา ๆ เลยดีกว่า

“ยะโฮ่!!!! โทษทีที่มาช้า ทุกคนดูนี่สิ!!”

อ่า~ พระเจ้าช่างไม่ฟังคนขอ ของผมเลยจริง ๆ เสียงเปิดประตูที่ดังมาพร้อมกับอันเปี่ยมด้วยพลังของฮารฺฮินี่ ทำไมมันช่างเหมือนเสียง ความหวังที่แตกสลายซะจริง ๆ เลยน้า

“อะไรของเธออีกล่ะคราวนี้” ถามเอ่ยถามฮารุฮิที่ยืนถือหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งด้วยอาการหน้าบานอย่างไม่ค่อยจะพอใจนัก ทำไมน่ะหรือ? ก็เพราะเวลาที่ฮารุฮิเป็นแบบนี้ทีไร ไม่ผมก็คุณอาซาฮินะ จะต้องรับความซวยน่ะสิ

“นี่ไงเล่า ดูข่าวนี่สิ!!” นิ้วเรียว ๆ ของเธอชี้ลงไปบนหน้าหนังสือพิมพ์ ผมเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ เพื่อจะทำความเข้าใจถึงเรื่องวุ่นวายที่ฮารุฮิกำลังจะนำมาให้พวกเราอยู่ในไม่ช้านี้แน่

“หา!! นี่มันข่าวเมื่ออาทิตย์ก่อนไม่ใช่เหรอ!?”

“ก็ใช่น่ะสิยะ!!”

ฮารุฮิ ทำหน้าไม่พอใจนิดหน่อยเมื่อผมพูดออกไปอย่างนั้น บนหน้าหนังสือพิมพ์ที่นิ้วของฮารุฮิชี้อยู่นั่นมันเป็นแค่คอลัมน์เล็ก ๆ ที่ไม่ได้โดดเด่นอะไรเลย ใช่แล้ว มันเป็นข่าวเกี่ยวกับอุกาบาตลูกเล็ก ๆ ลูกหนึ่งที่ตกลงมาที่แถบภูเขาหลังโรงเรียนของเราไปไม่ไกลมากนัก ให้ตายเถอะทำไมมันไม่เขยิบอีกซักหน่อยมาตกลงตรงนี้ซะเลยฟะ จะได้ปิดฉากไอ้ชมรมบ้า ๆ นี่ไปเลย แต่ถึงจะบอกว่าลูกเล็ก ๆ ก็เถอะนะ มันก็เล่นถางป่าแถบนั้นเป็นสนามฟุตบอลได้ล่ะ

“แล้วไอ้ข่าวนี้มันมีอะไรหรือยังไงล่ะ?”

“ยังไม่เข้าใจอีกหรือไง!? พวกเราจะไปสำรวจที่นี่กันไงล่ะ!! “

“สำรวจอะไรของเธอ” ผมถามฮารุฮิทั้ง ๆ ที่คำตอบนั้นผมกีรู้อยู่แก่ใจดี

“แน่นอนอยู่แล้ว!! ก็อุกาบาตนั่นไงล่ะ ไม่แน่นะมันอาจจะเป็น UFO ที่ตกลงมาเพราะเหตุขัดข้องก็ได้ ไม่แน่นะว่าคราวนี้เราอาจได้พบมนุษย์ต่างดาวจริง ๆ ก็ได้”

ถ้ามนุษย์ต่างดาวล่ะก็นะ ฉันเห็นนั่งอยู่ในห้องนี้คนนึงละ แต่ถึงอย่างนั้นฮารุฮิก็ยังคงยิ้มอย่างชื่นมืนในความคิดของตนเอง และแล้วไอ้สิ่งที่ผมกลัวที่สุดมันก็ เกิดขึ้นจนได้เมื่อ ฮารุฮิเริ่มทำอะไรแผลง ๆ อีกแล้ว อันที่จริงถ้าผ่านมาอาทิตย์หนึ่งแล้ว ไอ้อุกาบาตรนั่นคงจะถูกหิ้วไปศูนย์วิจัย หรือ ท้องฟ้าจำลองที่ไหนซักแห่งเพื่อการค้นคว้าไปซะตั้งแต่วันแรกที่มันตกแล้วล่ะมั้ง ว่าแต่ว่าทำไมเธอถึงเพิ่งจะมาคิดจะไปสำรวจเอาป่านนี้นะ

“เอาล่ะทุกคน เตรียมตัวให้พร้อมเย็นนี้เราจะไปสำรวจที่นี่กัน คราวนี้เราจะต้องค้นเรื่องลึกลับให้ได้”

คำประกาศนั่นทำเอาผมตกใจไม่น้อยทีเดียว

“เอ๊ะ!! เดี๋ยวนี่เธอคิดจะไปเดี๋ยวนี้เลยเรอะ!!”

“แหงสิยะ ขืนชักช้าเดี๋ยวมันก็โดนใครเอาไปก่อนหรอก เอาล่ะ!! กองพัน SOS ออกปฏิบัติการสำรวจได้!!”

ฮารุฮิประกาศออกมาอย่างมันใจว่า ตอนนี้ไอ้หินนั่นมันจะอยู่ที่เดิมตรงที่มันหล่นลงมาเสียเหลือเกิน ถ้าหากว่าเธอไปเห็นความเป็นจริงเข้า คงไม่ต้องบอกเลยว่าฮารุฮิจะอารมณ์บ่จอยขนาดไหน และแล้วด้วยความเอาแต่ใจของฮารุฮิ พวกผมก็ถูกลากมายังบริเวณใกล้ กับจุดที่อุกาบาตตกแต่ดูเหมือนว่าผมจะคาดผิดไปเล็กน้อยพื้นที่โดยรอบนั้นถูกกั้นเป็นเขตห้ามบุคคลภายนอกเข้า มีผู้คนเดินไปมาอยู่จำนวนหนึ่งคาดว่าน่าจะเป็นพวกนักวิจัยจากจุดที่พวกผมแอบดูอยู่นี่ห่างจากบริเวณนั้นเกือบ ๆ 100 เมตร พื้นที่บริเวณนั้นยุบลงไปเป็นแอ่งกระทะ ทำให้ตำแหน่งที่พวกผมหลบอยู่เป็นเหมือนเนินดินที่สูงกว่าจึงมองเห็นการเคลื่อนไหวของคนที่อยู่ข้างล่างได้ชัดเจนในขณะที่ผู้คนด้านล่างก็คงมิได้ใส่ใจรอบ ๆ ด้านเท่าใดนัก ซึ่งก็ถือว่าเป็นโชคดีของพวกเรา

“นี่ฮารุฮิ เข้าไปใกล้มากกว่านี้คงไม่ไหวแล้วล่ะ”

“อะไรกันยะ ยังไงเราก็ต้องหาทางเข้าไปใกล้บริเวณนั้นให้ได้ แบบที่เห็นชัด ๆ เลยยิ่งดี”

ฮารุฮิหันควับมาตวาดใส่ผมด้วยระดับเสียงที่ถูกลดวอลุ่มให้น้อยที่สุด ดูเหมือนว่าเธอจะมีลืมรายละเอียดเล็ก ๆ ตรงนี้ ก็ถือว่าดีไปล่ะนะ แต่ว่าด้วยความเอาแต่ใจของ คุณเธอทำให้พวกเราต้องมาทำตัวเป็นสายลับจำเป็น นี่บอกกันตรง ๆ นะฮารุฮิฉันไม่อยากจะเล่นเป็น เจมส์ บอนด์ ตอนนี้หรอกนะ นี่ถ้าโดนจับได้นี่มีหวังโดนด่าเปิงแน่ไม่อยากคิดสภาพที่ตามมาเลยแหะ แต่ผมก็ได้แต่บ่นในใจเท่านั้นแหละ เพราะความเป็นจริงในเวลานี้ผมก็ได้แต่หมอบ ๆ คลาน ๆ ตามหลังคุณเธอไปเท่านั้น ข้างหลังผมก็มี นางาโต้ที่ทำสีหน้าเฉย ๆ กับเจ้าโคอิสึมิที่ยิ้มอย่างไม่รู้ร้อนหนาว แล้วก็คุณอาซาฮินะที่ทำท่าเหมือนเด็กอนุบาลที่อยากกลับบ้านใจจะขาด แต่ก็กลับไม่ได้เพราะยังไม่ถึงเวลากลับบ้าน

“นี่พวกเธอมาทำอะไรกันแถวนี้หือ?”

เสียงชายคนหนึ่งดังขึ้นไม่ห่างจากพวกเรานัก ดูเหมือนว่าพวกเราจะโดนจับได้ซะแล้วในตอนนั้นพวกเราทุกคนหยุดชะงักลงอย่างกับโดนหยุดเวลายังไงอย่างงั้น ผมค่อย ๆ หันหน้ามองเจ้าของเสียงที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากกลุ่มของพวกเรานัก ชายวัยกลางผู้หนึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ กลุ่มของพวกเราดังที่คาดเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน เขาคงเป็นนักวิจัยที่บังเอิญแตกกลุ่มออกมาแถว ๆ นี้แน่ ดูจากเสื้อกาวน์ที่เขาใส่ผมก็พอจะเดาได้แบบนั้น

“เอ่อ พวกเราเป็นนักเรียนจากโรงเรียนใกล้ ๆ นี่แหละค่ะ คือว่าเราอยากจะได้ข้อมูลเด็ด ๆ ไปทำสกู๊ปในนิตยาสารของโรงเรียนน่ะค่ะ”

ฮารุฮิ เธอนี่เล่นละครเก่งจริงนะ

“อ่อ งั้นเหรอ? พวกเธอเป็นพวกชมรมหนังสือพิมพ์สินะ งั้นก็ตามมาสิ ฉันจะนำทางไปให้”

“ขอบพระคุณมากค่ะ”

โอ้วจอร์จ ไม่อยากเชื่อก็ต้องเชื่อจริง ๆ ฝีมือการแสดงของฮารุฮินี่ผมแทบอยากจะยกรางวัลออสก้าให้เธอเสียจริง กริยาท่าทางที่จริงจังซะขนาดนั้น ทำเอาตาลุงหนวดนี่เชื่อนิทานฮารุฮิเป็นจริงเป็นจัง ฮารุฮิหันมาจ้องตาผมในระหว่างที่เธอโค้งขอบคุณตาลุงนั่น ประหนึ่งจะบอกว่า “ยืนทำบ้าอะไรอยู่ยะตาบ้าเคียวอึน รีบตามตาลุงนี่ไปสิ” และแล้ว ด้วยฝีมือการแสดงของฮารุฮิ พวกผม 5 คนก็เข้ามาในเขตห้ามเข้านี่ได้อย่างไม่ยากเย็น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังคาใจอะไรบางอย่างอยู่ตงิด ๆ ทำไมถึงได้ให้เด็กนักเรียนที่ไม่เกี่ยวข้องอย่างเราเข้ามาได้ง่ายดายแบบนี้ ที่สำคัญ ทำไมกันนะ ผมถึงสังหรณ์ใจไม่ดีเอาซะเลย ในขณะที่ฮารุฮิจ้อกับตาลุงนั่นอยู่ผมก็เริ่มมองรอบ ๆ นั้น ทุกคนเริ่มทิ้งจากงานที่ทำ แล้วค่อย ๆ เดินมาทางพวกเรา

“ระวังตัวไว้นะ” เสียงเบา ๆ ของนางาโต้เอ่ยขึ้นข้างหูของผมในขณะที่ผมชักจะหวั่น ๆ ในความแปลกประหลาดของสิ่งที่ดูไม่น่าจะแปลกนี้ ขอร้องล่ะอย่าเกิดอะไรบ้า ๆ ขึ้นตอนนี้เลยเถอะ

“ไม่ทราบว่า ตอนนี้อุกาบาตที่ตกลงมานั่นอยู่ที่ไหนค่ะ?”

ฮารุฮิซักถามตาลุงหนวดด้วยสีหน้าจริงจังในขณะที่ตาลุงนั่นก็ได้แต่ยิ้ม แล้วก็ชี้ไปข้างหน้า ใช่แล้วเบื้องหน้าพวกผมตอนนี้มีก้อนหินก้อนเบ้อเริ่มขนาดราวรถบรรทุกขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ แต่ว่ามันแปลกเกินไปถ้าขนาดมันใหญ่ขนาดนี้แล้ว ทำไมเมื่อกี้ที่มองมากจากจุดนั้นกลับไม่เห็นมัน แต่ดูเหมือนว่าฮารุฮิจะไม่ได้ใส่ใจตรงนี้เลย ดวงตาของเธอเปล่งประกายลุกวาวด้วยความตื่นเต้นดีใจ ก่อนที่จะรีบวิ่งไปที่หินก้อนนั้น แต่แล้วสิ่งที่ผมไม่ได้คาดคิดมันก็เกิดขึ้น

“อ๊ะ!!”

“ฮารุฮิ!!!!!”

ผมตะโกนออกไปพร้อมรีบวิ่งเข้าไปหาฮารุฮิทันที ที่เห็นว่าพื้นดินที่เธอเหยียบลงไปมันแตกออก และร่างเล็ก ๆ ของเธอกำลังจะหล่นลงไป ผมวิ่งอย่างสุดฝีเท้าเท่าที่จะทำได้พร้อมกับรีบยื่นมือออกไปเพื่อจะคว้าจับฮารุฮิ แต่ทว่ามันก็ไม่ทันการณ์ซะแล้ว ร่างของฮารุฮิหายไปจากสายตาผมอย่างรวดเร็ว เธอหล่นลงไปในหลุมที่เหมือนมีใครมาขุดรอไว้อย่างนั้นแหละ หรือว่าข้างใต้นี้จะมีถ้าใต้ดินไม่สิ ไม่น่าเป็นไปได้

“กรี๊ด!!!!!”

เสียงกรีดร้องของคุณอาซาฮินะ ดังขึ้นมาติด ๆ ผมรีบหันกลับมองเธอทันที ให้ตายเถอะนี่มันอะไรกันเนี้ย!!?

“ดูเหมือนว่า พวกเราจะโดนล้อมซะแล้วนะครับ”

ไม่ต้องบอกฉันก็รู้เฟ้ย!! เจ้าบ้า รอบ ๆ ตัวเราตอนนี้ถูกรายล้อมด้วยพวกตัวเขียว ๆ ที่มีหน้าตาอุบาทสุด ๆ จะว่าไปเจ้าพวกนี้มันก็พวกเหมือนกับไอ้ที่ผมเจอเมื่อวานไม่มีผิด

“หาทางทำอะไรเข้าซักอย่างสิ”

“ท่าจะแย่หน่อยนะครับ ที่นี่ไม่ใช่ห้วงมิติปิดตาย พลังของผมไม่สามารถใช้ได้ครับ”

โคอิสึมิตอบผมมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ให้ตายเถอะในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้แกช่วยทำหน้าตาให้จริงจังกว่านี้หน่อยสิ นี่ไม่ใช่การแสดงหนังนะจะได้มีผู้กำกับสั่งคัทเมื่อเราทำสีหน้าหวาดกลัวได้ที่แล้ว ที่พึ่งเพียงหนึ่งเดียวในตอนนี้ดูท่าจะเป็นนางาโต้เท่านั้นเพราะคุณอาซาฮินะสลบเหมือ
ดไปตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว ผมรีบหันไปมองนางาโต้เพื่อที่จะรีบบอกให้เธอหาทางแก้ไขสถานการณ์นี้ แต่ทว่าผมก็ได้พบกับสิ่งที่ไม่อยากจะเชื่อสายตาเอาเสียเลย

“นางาโต้!!!!”

ผมตะโกนเรียกชื่อของนางาโต้ อย่างสุดเสียงทันทีเมื่อเห็นร่างของเธอถูกยกลอยขึ้นเหนือพื้นด้วยแขนเพียงข้างเดียวของเจ้าสัตว์ประหลาดสีขาวที่มีรูปร่างต่างไปจากไอ้ตัวเขียว ๆ ที่รายล้อมพวกผมอยู่อย่างเห็นได้ชัดพร้อมด้วยเขาแหลม ๆ สีของมันปักทะลุร่างของนางาโต้ เลือดสีแดงที่ไหลออกจากปากแผลที่ถูกเขาแหลมปักคาไว้หยดลงพื้นจนกลายเป็นแอ่งเลือดไปเลย แต่ที่ผมสงสัยกว่านั้นคือมันเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน

ในระหว่างที่ผมกำลังสงสัยแขนอีกข้างหนึ่งของมันก็ตบผมจนปลิวไปเลย ตอนกระแทกกับพื้นผมคิดว่าหลังจะหักเอาเสียด้วยซ้ำ แต่มันแย่กว่านั้นตรงที่พริบตานั้นร่างของนางาโต้ก็ถูกเหวี่ยงมาทางผม ผมกลายเป็นเบาะรองรับร่างของนางาโต้โดยไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ดีไม่เลวเหมือนกัน ดูเหมือนว่าตอนนี้คนที่จะลำบากคนต่อไปก็คงต้องเป็นเจ้าโคอิสึมิอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ช่างหัวมันเถอะหมอนั่นจะเป็นยังไงก็ช่าง ตอนนี้ผมสนคนทับอยู่บนตัวผมมากกว่า

“นางาโต้ ทำใจดี ๆ ไว้ เป็นอะไรมากหรือเปล่า” ผมประคองร่างของนางาโต้ขึ้นก่อนจะเขย่าร่างที่เปื้อนเลือดนั้นพร้อมถามด้วยความเป็นห่วง

“ไม่เป็นไร” นางาโต้ตอบผมด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์ใด ๆ เหมือนเช่นทุกที

“ความเสียหายของอินเตอร์เฟสมีไม่มากแต่ว่าฉันไม่สามารถจะต่อกรกับ สิ่งมีชีวิตที่วิวัฒนาการรูปแบบโครงสร้างจากพวกแมลงได้ พวกมันถูกสร้างให้มีความสามารถเหนือกว่าฉัน มันสามารถอยู่บนแกนเวลาที่แตกต่าง” ในตอนนั้นผมไม่เข้าใจคำพูดของนางาโต้เลยแม้แต่นิด แต่ดูเหมือนเธอจะบอกว่าเธอเองก็รับมือกับไอ้พวกนี้ไม่ไหว

“ไม่มีหนทางจะเอาตัวรอดไปจากสถานการณ์นี้เลยหรือ?”

“Mask Rider System”

“เอ๋?”

คำพูดของนางาโต้น่าจะเป็นคำใบ้ที่จะช่วยให้พวกรอดไปจากสถาการณ์เดียวกับหนังสยองขวัญ
สัตว์ประหลาดบุกสุดระทึกนี้ แต่ผมไม่เข้าใจกับสิ่งที่ผมพึ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกในชีวิตเอาซะเลย ถ้าเป็นใบ้อย่างเจ้าหญิงนิทราเมื่อคราวก่อน ผมยังจะเข้าใจง่ายกว่านี้นะ เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนเวลานี้เหมือนผมลืมอะไรไปอย่างนะ ใช่แล้วผมลืมสนิทเกี่ยวกับพวกตัวเขียวที่กำลังเดินดาหน้าเข้ามาผมทางด้านหลัง แว็ก!!! หนีไม่ทันแล้วสิ

ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!! ตูม!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นติด ๆ กัน 5 ครั้ง ห่างจากตรงที่ผมอยู่ไปราว ๆ 5 เมตรเห็นจะได้ และในช่วงเวลาถัดมาไม่กี่วินาทีผมก็เห็นใครบางคนวิ่งผ่านหน้าผมไป ไม่สิเรียกว่าคนคงไม่ได้มั้ง เพราะคงไม่มีมนุษย์คนไหนร่างกายเป็นเหล็กเกือบทั้งตัวแบบนี้หรอก จะว่าโรโบค็อปก็ไม่ใช่เพราะผมจำได้ว่าโรโบค็อบไม่แถบสีน้ำเงิน + เขารูปตัว V ที่หน้าผากนี่นาเอ๊ะหรือมันเป็น กันดั้มภาคใหม่ก็เป็นไปได้ แต่ว่าขนาดเล็กไปล่ะมั้ง เอ๊ะหรือว่าจะเป็น..... อะไรก็ช่างเถอะนี่ไม่ใช่เวลามาวิเคราะห์ แต่ผมสะดุดตากับเข็มขัดรูปแมลงด้วงเขากวาง หรือที่ภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Stag Beetle ที่เป็นหัวเข็มขัดเขาซะจริง ๆ

ซึ่งในระหว่างที่ผมกำลังตะลึงคิดอะไรอยู่นี้เขาก็วิ่งเข้าไปกระชากคนร้ายที่แทงนางาโ
ต้ ที่กำลังเข้าใกล้โคอิสึมิให้ถอยห่างออกมาก่อนจะประเคนกำปั้นเหล็กใส่หน้าจนไอ้ตัวขาว
หน้าตาอัปลักษณ์นั่นกระเด็นไป แล้วก็ไล่ตามอัดกำปั้นใส่อย่างเมามัน ในระหว่างที่ผมกำลังมองดูนายเข็มขัดด้วงนี่รัวกำปั้นใส่คู่ชกอย่างไม่ปราณีปราศรัยนางาโตะก็จับบ่าของผมแล้วลุกขึ้นยืนดูเหมือนว่าเธอจะหายดีแล้ว ในขณะที่เจ้าโคอิสึมิมันก็แว่บไปอุ้มคุณฮาซาฮินะมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ มายืนอยู่เบื้องหน้าผม เฮ้ย!! นี่แกแย่งฉันหรือเนี้ย!!

“รีบออกไปจากที่นี่ก่อนดีกว่าครับ”

“แล้วฮารุฮิล่ะ!!!?”

“พวกเราถอยออกไปตามคนมาสมทบก่อนจะดีกว่าครับ สภาพนี้โอกาสที่เราจะช่วยคุณสุซุมิยะได้ มันต่ำมาก”

ในเวลานี้คงต้องยอมรับความคิดของเจ้าโคอิสึมิมันก่อนอย่างไม่มีทางเลือกสินะ โทษทีนะฮารฺฮิฉันก็อยากช่วยเธอแหละ แต่ถ้าหากพวกเราเดี้ยงซะก่อนก็คงช่วยเธอไม่ได้ล่ะนะ เมื่อตกลงใจได้แบบนี้ผมก็รีบลุกขึ้นและออกวิ่งไปพร้อมกับ นางาโต้และเจ้าโคอิสึมิ แต่ว่ายังไม่ทันจะได้ไปไหนเลยเจ้าตัวเขียว ๆ หลังตุงทั้งหลายก็มาขวางหน้าพวกเรา พร้อมกับจะอัดใส่เจ้าโคอิสึมิ ตอนนั้นผมทุ่มสุดตัววิ่งเอาไหล่กระแทกใส่เจ้าตัวเขียวนั่นอย่างเต็มแรง ไม่ใช่เพราะผมอยากช่วยเจ้าบ้านี่หรอกนะ เพราะถ้ามันล้มคุณอาซาฮินะก็จะโดนลูกหลงด้วยน่ะสิ แต่รู้สึกเหมือนผมจะไปสะกิดมันมากกว่า แล้วินาทีต่อมา ผมก็โดนมันตบกระเด็นอีกให้ตายสิ ทำไมมันแรงโคแรงกระบือแบบนี้ยังดีที่นางาโต้ใช้ความสามารถของเธอผลักไอ้พวกที่มาดักหน้าออกไปได้หมด แต่ว่า

“นางาโต้!!! ข้างหลัง”

ผมตะโกนบอกเธอให้รู้ แต่ดูเหมือนเธอจะยังไม่หายดีนักทำให้เธอไม่ยอมขยับเลยทั้ง ๆ ที่กำลังจะโดนเล่นงานจากด้านหลังช่วงเวลานั้นผมคิดถึงอาวุธขึ้นมาทันที ถ้ามีอาวุธละก็ผมก็น่าจะพอถ่วงเวลาได้บ้าง จะเป็นอะไรก็ได้อย่างน้อย ๆ ไม้หน้าสาม หรือไม้ที ก็ยังดีล่ะ แต่ว่ารอบ ๆ มันมีแค่ก้อนหินขว้างไปมันก็ใช่จะได้ผลเพราะขนาดผมทิ้งทั้งตัวมันยังไม่รู้สึกเลย และเสี้ยววินาทีนั้นผมก็นึกถึงของสิ่งหนึ่งขึ้นมาได้ ใช่แล้วของที่ผมได้มาเมื่อวาน สิ่งที่ตัวผมในอนาคตพูดไว้ตอนนั้นอาจหมายถึงเรื่องนี้ก็ได้ ผมนึกถึงดาบเล่มนั้นพร้อมวิ่งเข้าไปชาร์จใส่เจ้าตัวเขียวนั่นทันที

ฉึก!!!!!

เสียงของแหลม ๆ แทงเข้าเนื้ออย่างแรงมันดังขึ้นมาเมื่อผมเสียบเจ้าตัวเขียวหลังตุงนั่นด้วยดาบในมือผม ถ้าคุณจะถามผมว่า ผมเอาดาบด้ามจับสีม่วงและใบดาบสีดำนี้มาจากไหน คำตอบคือผมก็ไม่รู้เหมือนกันเพราะมันก็เพิ่งจะโผล่ออกมาจากมือผมเมื่อกี้นี้สด ๆ ร้อน ๆ เจ้าตัวเขียวบิดตัวไปมาเหมือนคนมีอาการเจ็บปวดแสดงว่าแผลที่ผมทำให้มันได้ผล

“หนีไปนางาโต้!! ฉันจะถ่วงเวลาไว้ให้” ผมหันไปพูดกับนางาโต้ด้วยสีหน้าที่คิดว่าเท่ห์ที่สุด ส่วนนางาโต้ทำหน้าเฉย เหมือนเคย

“ระวังตัวให้ดี”

เธอพูดออกมาเบา ๆ ก่อนจะวิ่งหนีไป ส่วนเจ้าโคอิสึมิ มันอุ้มคุณอาซาฮินะเผ่นไปก่อนที่ผมจะพูดซะอีก นี่ฉันไม่ได้บอกให้นายหนีไปนะเฟ้ย กลับมาช่วยกันก่อนสิ เฮ้ย!!! ถึงสถานการณ์จะพาไปก็ตามแต่ เวลานี้ผมชักรู้สึกถึงตอนเด็ก ๆ ที่นึกฝันอยากจะเป็นฮีโร่แล้วพูดประโยคนี้ขึ้นมาหน่อย ๆ แฮะ ในเวลาแบบนี้ถ้าเป็นในหนังฮีโร่ ก็คงเป็นเวลาที่พระเอกจะแปลงร่างอย่างเท่ห์ แล้วอัดเหล่าร้ายให้ราบคาบสินะ ผมกระชากดาบออกมาอย่างแรง ก่อนจะสับไปมาอยู่ 2 – 3 รอบ และแทงปิดท้ายเข้าไปที่กลางใบหน้าอุบาท ๆ ของเจ้าตัวเขียวนี่อย่างเต็มแรง มันทรุดกับพื้นผมไม่ได้ใยดีอะไรมันอีก เพราะยังมีอีกหลายตัวที่ผมต้องเชือดมันทิ้ง เสียงระเบิดดังขึ้นจากข้างหลังผม แต่ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นอะไรอื่นนอกจากไอ้ตัวที่ผมเสียบไปเมื่อกี้

เอาล่ะได้เวลาแปลงร่างกันแล้วผมยกดาบชูขึ้นเหนือหัวและวาดเป็นวงกลมอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะสะบัดมันลงข้างลำตัว แต่ทว่ามันไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ทำไมอะ ผมทำท่าแปลงร่างผิดหรือไง? และรางวัลของท่าแปลงร่างนี้ก็คือลูกตบสายฟ้าฟาดผมโดนจัง ๆ จนกลิ้งเป็นลูกบอลก็ไม่ปาน นี่วันนี้ผมรับประทานฝุ่นไปกี่มื้อแล้วนี่

“มันขาดอะไรไปนะ” ผมบ่นกับตัวเองในขณะที่พยายามลุกขึ้นและแล้วผมก็นึกออกจนได้ในระหว่างนั้น

Stand By

เสียงนี้ดังขึ้นมาจากพื้นดินพร้อม ๆ กับการโผล่พรวดขึ้นมาของแมงป่องสีเงินปลายหางม่วงใช่แล้วผมขาดไอ้นี่ไปผมรีบยื่นดาบออกมาเบื้องหน้าในขณะที่แมงป่องน้อยนั่นมันก็ช่างแสนรู้กระโดดขึ้นนอนบนดาบตรงตำแหน่งที่เว้นว่างไว้

Henshin

ร่างของผมเริ่มมีอะไรบางอย่างห่อหุ้มนับไล่ขึ้นมาตั้งแต่มือขวาจนกระทั่งทั่วตัว ผมยกมือตัวเองขึ้นดูตอนนี้มันกลายเป็นเหมือนชุดหนังสีดำทีมีเกราะเหล็กสีเงินประกอบอยู่ ที่บ่าซ้ายและขวามีท่อสีส้ม ๆ จำนวนมากร้อยไป ๆ มา ๆ อยู่รวมถึงบนลำตัวก็มีแผ่นโลหะสีม่วงมาประกบอยู่ แต่ก็แปลกทั้งที่โดนหุ้มทั้งตัวแบบนี้แต่ผลกลับไม่รู้สึกอึดอัด หรือร้อนเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ผมรู้สึกถึงความรุ่มร้อนในใจผมมันพุ่งพล่านอย่างบอกไม่ถูก อาจจะเป็นสิ่งที่ผมฝันในตอนเด็ก ๆ มันเป็นจริงแล้วก็เป็นได้ แต่ว่าไม่มีเวลาให้ผมดีใจอะไรมากนักเพราะเบื้องหน้ายังมีเหล่าพวกตัวเขียวหลังตุง อยู่ผมไม่รอช้าอะไรอีก รีบยกดาบในมือขึ้นและวิ่งเข้าใส่พวกมันทันที

To Be Conitnue
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
raymiel02
เด็กอนุบาลสานฝัน
เด็กอนุบาลสานฝัน
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 11
สังกัด : SoS Brigade Space Force
Registration date : 06/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Mask Rider Haruhito   Fri Apr 13, 2007 10:15 am

Mask Rider Haruhito

EP 03

แต่จะให้ผมพูดอย่างไรดีล่ะ ไอ้ความรู้สึกหึกเหิมของผมเมื่อครู่มันอันตรธานหายไปนับตัวแต่วินาทีที่ผมก้าวเท้าออกวิ่ง ผมรู้สึกว่าไอ้ชุดนี้มันหนักมากกว่าที่ตาเห็นซะอีก แขนผมขยับได้ลำบากกว่าปกติเหมือนกับมีเหล็กหนัก ๆ มาถ่วงร่างผมเอาไว้ ใช่ผมเคลื่อนไหวได้ช้าลงกว่าเดิมมาก แต่ก็ยังดีที่เป้าหมายของผมมันโง่เง่าไม่ยอมหลบดาบในมือผมเอง ถึงการเคลื่อนไหวผมจะแย่ลงไปบ้าง แต่ผมก็ยังพยายามฝืนออกแรงไล่ฟันเหล่ามอนสเตอร์อิ้งสีเขียวสดพวกนี้อย่างเต็มความสามารถที่ผมจะมีได้

แต่มันช้าเสียเหลือเกินและพริบตานั้นผมก็รู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างฟาดที่หลังผม มันเหมือนกับใครมาสะกิดเรียกผมอย่างนั้นแหละ ผมหวดดาบไปข้างหน้าพร้อมกับบิดตัวเล็กน้อยเพื่อที่จะมองดูด้านหลังได้ ไม่มีอะไรนอกจากสีเขียวเมื่อครู่คงเป็นการโจมตีของมันแน่แท้ แต่เพราะไอ้ชุดหนัก ๆ นี่คงช่วยให้ผมไม่รู้สึกเจ็บอะไรมาก แต่ถึงกระนั้นผมก็ฉุนขาดอยู่ดี ที่จู่ ๆ มาเล่นข้างหลัง ฉันไม่ใช่พวกนิยมด้านหลังนะเฟ้ย!!

ผมรีบจับดาบด้วยมือทั้งสองให้อย่างแน่นหนาก่อนจะออกแรงฟาดเต็มกำลังก่อนจะหวดดาบออกไ
ปด้วยแรงโมโห ประกายไฟสีส้มสว่างวาบทันทีที่คมดาบของผมฟาดผ่านร่างอันอัปลักษณ์ที่อยู่เบื้องหน้าผม แกผิดเองนะที่มาเล่นข้างหลังฉัน

บรึ้ม!!!

เสียงระเบิดและประกายไฟสีเขียวลุกพรึบขึ้นตามมาติดหลังจากที่ดาบของผมตัดผ่านไป แต่ว่าทุกอย่างยังไม่จบเพราะผมไล่กระหน่ำแจกคมดาบไปทั่ว

บรึ้ม!!! บรึ้ม!!! บรึ้ม!!!

เจ้าตัวเขียวหลังตุง 3 ตัวที่รายล้อมผมระเบิดขึ้นติด ๆ กันหลังจากนั้นดูเหมือนว่าผมจะเลือดขึ้นหน้ามากไปจนลืมความหนักของเจ้าชุดหลอดกาแฟนี่ซะสนิท แต่แล้วผมก็เหลือบไปมองนายเข็มขัดด้วงเขากวางที่เข้ามาช่วยพวกผมไว้ในตอนแรก ดูเหมือนว่าเขาจะอัดพวกนี้ได้อย่างสบายมือเพราะเขาต่อยมันกระเด็นออกไปและเอากระสุนจากปืนที่บ่าให้มันรับประทานอย่างอิ่มหนำสำราญใจ ผมละสายตาออกมาจากเขากลับมามองข้างหน้าตัวเอง

และนั่นแหละก็ให้ผมได้พบกับสิ่งอัศจรรย์ของโลกเมื่อไอ้ตัวเขียวสองตัวที่อยู่ข้างหน้าผมเริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีแดง ร่างกายมันเริ่มพองขึ้นเหมือนลูกโป่ง ผมเพิ่งรู้ว่ามันเปลี่ยนสีได้แต่ผมจะไปตื่นตากับไอ้เรื่องบ้า ๆ นี่ทำไมกันเนี้ย? ร่างที่พองอย่างลูกโป่งเริ่มปริ และแตกร่างเขียวหลังตุงเปลี่ยนเป็นรูปร่างที่เพรียวลงหัวกลม ๆ เริ่มมีรูปร่างเปลี่ยนไปนี่ผมกำลังเผชิญหน้ากับ มนุษย์เห็บใช่ไหมเนี้ย!!!?

และในระหว่างที่ผมกำลังอึ้งทึ่ง ในความสามารถของในการเปลี่ยนร่างของมันอยู่นั้น และพริบตาเดียวมันสองตัวก็หายแว้บไปจากสายตาของผม และร่างผมก็ลอยไป ๆ มา ๆ อย่างไร้สาเหตุ โอ้!! นี่มันใช้พลังจิตได้เหรอ? หลังจากลอยไป ๆ มา ๆ อยู่ราว ๆ 2-3 วินาที ผมก็ร่วงลงพื้นในท่าที่สวยงามยิ่งนักคือกลิ้งไป 3 ตลบก่อนจะนอนคว่ำหน้ากับพื้นตามสูตร ผมค่อย ๆ ผงกหัวขึ้นมาจากพื้นดิน เจ้าเห็บเวร 2 ตัวนั่นมายืนอยู่ข้างหน้าเหมือนกับหัวเราะเยาะผมยังไงไม่รู้สิ แต่ว่าตอนนั้นเองก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้น

Cast Off

มีบางสิ่งพุ่งมาอย่างเร็วจากทางด้านหลังของผมกระแทกร่างของเจ้ามนุษย์เห็บสองตัวนั่น
ล้มหงายหลังไป ผมมองไปข้างหลังผมทันที และผมก็เห็นนายเข็มขัดด้วงสีน้ำเงินนั่นได้เปลี่ยนสภาพไปจากเกราะเหล็กสีเงินแถบน้ำเงิน กลายเป็นเกราะสีน้ำเงินเข้ม ปืนที่บ่าทั้งสองหายไปกลายเป็นดาบทรงโค้งแทน เขาของด้วงที่เข็มขัดก็ถูกง้างออกจากทางขวามาทางซ้าย ไม่สิถ้าจะให้ถูกต้องซ้ายมาขวามากว่า

Change Stag Beetle

ส่วนหัวที่เหมือนเขาของด้วงเขากวางถูกยกขึ้นแนบกับส่วนหัวทันทีเมื่อเสียงนี้ดังขึ้นพร้อม ๆ กับดวงตาสีแดงที่สว่างวาบ เมื่อเห็นอย่างนั้นแล้วก็นึกขึ้นได้ถึงวิธีใช้ดาบในมือผม ที่ผมแทบจะลืมไปแล้วเมื่อตอนที่อ่านมันผ่าน ๆ เพียงรอบเดียว แต่ดูเหมือนนายหัวด้วงจะไม่ได้สนใจอะไรผมเลย เขาใช้มือตบลงไปที่สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ตรงข้างเข็มขัดสีเงินนั่นหนึ่งครั้ง

Clock Up

เมื่อเสียงนั้นดังขึ้นเขาก็วิ่งหายวับไป พร้อมกับเจ้ามนุษย์เห็บสองตัวที่อยู่ตรงหน้าผมก็หายไปด้วย และสิ่งที่ผมมองเห็นในเวลาต่อมาก็คือประกายไฟ เล็ก ๆ ที่ปรากฏขึ้นในอากาศแบบไม่แน่ไม่นอน ผมรีบลุกขึ้นจากพื้นอย่างไวที่สุด และตอนที่ผมลุกขึ้นยืนได้ก็มีอะไรบางอย่างมาตกปุ ลงข้าง ๆ ผม ผมมองดูมันจนแน่ชัดแล้วว่ามันเป็นเจ้าเห็บยักษ์หนึ่งในสองตัวนั้น สภาพมันตอนนี้เหมือนคนที่กำลังจุกจนลุกแทบไม่ขึ้น ในขณะที่ประกายไฟสีส้มที่ผมเห็นยังคงสว่างวาบเป็นระยะ ๆ แต่ถึงจะไม่รู้อะไรก็เหอะ นี่แหละโอกาส!!!

“ย๊าก!!!!!”

แน่นอนว่าผมตะโกนเรียกกำลังใจอย่างเต็มทีก่อนจะวิ่งไปอัดเจ้ามนุษย์เห็บตัวเบ้งนี่ แม้มันจะลุกขึ้นได้แต่ความเร็วมันก็ตกลงไปเยอะ ผมสามารถฟาดฟันดาบใส่มันได้อย่างไม่ลำบาก ผมออกดาบสับลำตัวมันไป 2 ดาบประกายไฟสีส้มสว่างวาบออกมาจากจุดที่ถูกฟัน และดาบที่สามของผมก็สับลงไปบนบ่ามันพอดีเป๊ะแต่ทว่ามันก็เอามือมาจับแขนผมไว้ซะแน่น เลยเฮ้ย!!! ปล่อยเซ่โว้ย!!! ขยับมือได้โว้ย!!!

แต่ถึงจะพูดออกไปแบบนั้นใครมันก็คงไม่ปล่อยให้โง่หรอก เพราะผมเองก็คงทำแบบเดียวกันนี้ ผมพยายามดึงแขขนกลับออกมาแต่ไร้ผล เรี่ยวแรงมันยังมีมากพอที่จะฉุดแขนผมเอาไว้ได้ ผมตัวสินใจ เอามือตบลงไปที่หางแมงป่องที่อยู่บนดาบของผมทันที และเมื่อผมตบหางแมงป่องพับลงไปแบบกับตัวดาบ แผ่นเกราะสีม่วงบนตัวผมก็ค่อย ๆ ขยายออกหน้ากากดำน้ำสีเขียว ๆ ที่หน้าผมก็เลื่อนเปิดออกเช่นกัน

“Cast Off”

ผมเอ่ยคำนี้ออกเพราะผมนึกถึงคำสั่งถอดได้เกราะหน้าตาเห่ย ๆ นี่ออกได้แล้ว

Cast Off

เสียงทวนคำสั่งมันดังออกมาจากดาบที่ผมถือและเสียงเกราะที่ดีดตัวออกไปนั้นไม่ต่างอะไรกับเสียงปืนพกที่ยิงระยะเผาขนเลยทีเดียว แผ่นเกราะหนัก ๆ ที่ผมดีดออกไปเมื่อครู่กระแทกร่างของเจ้าเห็บนั้นปลิวออกไปจากตัวผมอย่างกับกระดาษโดนลมพัดก็มิปาน

Change Scorpion

ร่างที่โดนอัดกระเด็นออกไปยังลอยอยู่กลางอากาศ ผมนึกถึงสิ่งที่บอกไว้ในคู่มือการใช้ได้หมดแล้วและเวลานี้ผมคิดที่จะเผด็จศึกเจ้านี่ให้มันจบ ๆ ไปซะ ผมงัดหางแมงป่องให้เชิดกลับขึ้นมาเหมือนกับในตอนแรกแล้วตบกลับลงไปอีกครั้ง

Rider Slash

เสียงจากตัวดาบมันดังขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับสายฟ้าสีม่วงที่วิ่งออกมาตัวแมงป่องวิ่งเข้ามาสู่แขนขวาของผมแล้วผ่านมายังหัวของชุดที่ดีไซน์เนอร์เข้าใจคิดที่เอาแมงป่องมาวางไว้บนหัว แล้วก็วิ่งออกไปที่ใบดาบสีดำ พร้อมกับสิ่งที่เหมือนกับของเหลวสีดำเริ่มไหลออกมาจากใบดาบในมือผม

“Clock Up”

ผมเอ่ยคำนี้ก่อนจะเอามือลูบไปนี่เข็มขัดสีเงินที่เอวผม พร้อมกับย่อตัวลงและสะบัดดาบมาอยู่ข้าง ๆ เอว

Clock Up

เสียงทวนคำสั่งดังตามมาติด ๆ และภาพเจ้าเห็บที่ลอยอยู่มันก็ดูเคลื่อนไหว ช้าลงจนแทบจะหยุดนิ่งอยู่แล้ว และผมยังเห็น นายด้วงเขากวางกำลังไล่แจกกำปั้นให้กับเจ้ามนุษย์เห็บ อีกตัวหนึ่งอยู่ ผมเริ่มจะเข้าใจแล้วล่ะว่าเมื่อกี้นี้มันเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้ผมไม่สนใจเรื่องนั้นหรอก ผมจ้องมองไปที่ข้างหน้าเท่านั้น

One Two Three

ผมได้ยินเสียงนับเลขนี้ ในขณะที่ผมวิ่งเข้าไปหาเป้าหมายที่รอให้สับตรงหน้าอย่างไม่รั้งรอ เมื่อระยะได้ที่ผมก็หวดดาบตัด เฉียงบนซ้าย พร้อมตวัดกลับเป็นเฉียงล่างขวา และฟัดตัดกลางลำตัวเจ้านั่นด้วยกำลังเต็มที่ของผมในตอนนั้น ตัวผมหมุนเป็นครึ่งวงกลม 180 องศาพอดีเป๊ะ พร้อมกับปลายดาบที่ชี้ไปข้างหน้าอย่างเท่ห์สุด ๆ

Rider Kick

ระหว่างนั้นผมก็ได้ยินเสียงนี้ดังขึ้น ผมหันไปมองข้าง ก็พบว่านายด้วงของเราก็กระโดดเตะก้านคอเจ้ามนุษย์เห็บอีกตัวหนึ่งดับอนาถไปพร้อมกับที่อยู่ด้านหลังผม เสียงระเบิดดังขึ้นในเวลาที่ใกล้เคียงกัน

Clock Over

สิ้นเสียงนี้ ทุกอย่างรอบตัวผมก็กลับเป็นปกติ ตอนนี้ดูเหมือนว่าพวกตัวปัญหาจะโดนกวาดทิ้งไปหมดแล้ว ตอนนี้ทุกอย่างที่นั่นเงียบเชียบ เหมือนป่าช้ายังไงอย่างงั้น และตอนนั้นผมก็นึกขึ้นได้ถึง คนที่ปรากฏตัวออกมาช่วยผมนั้นเวลานี้เขาได้หายไปแล้ว หายไปอย่างกับว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่แต่แรก ผมกวาดสายตามองหาเท่าไหร่ก็ไม่พบใครเลย แต่ซักพักผมก็นึกถึงเรื่องสำคัญได้ ใช่แล้ว ฮารุฮิ เธอตกลงไปข้างล่างนั่น ผมต้องลงไปช่วยเธอก่อน หรือผมจะเรียกคนมาช่วยดีนะ แต่ถ้าหากโดนถามว่าเกิดอะไรขึ้นผมคงจะหาคำตอบให้พวกผู้ใหญ่ได้ลำบากแน่แท้ แถมยังไงซะไอ้ชุดนี่น่าจะพอทำอะไรได้บ้าง เมื่อคิดได้แบบนั้นผมก็ไม่รอช้าอะไรอีก แต่เมื่อมองลงไปในปากหลุมนั่นก็พบว่ามันลึกจนมองไม่เห็นอะไรเลย นี่มันลึกมากขนาดนี้เชียวหรือ? นี่ผมควรจะทำยังไงดีนะ

แต่จะมามัวลังเลอะไรไม่ได้เสียด้วยสิ ผมตัดสินใจกระโดดลงไปด้านล่างเท้าของผมลงแตะพื้นอย่างนิ่มนวลจนเหมือนกับว่าตกลงมาจากที่ ๆ ไม่สูงนักแต่เมื่อมองกลับขึ้นผมเห็นทางที่เข้ามาเป็นแค่จุดเล็ก ๆ เท่านั้นเองนี่มันเป็นถ้ำใต้ดินหรือไงกันนะ แต่มันมืดมากจนมองอะไรไม่เห็นเลย ถ้าตอนนี้ผมมีกล้องมองในความมืดได้ก็คงจะดีไม่น้อยเลยคุณว่าไหม?

แต่อย่าว่าแต่ไอ้ของพรรณนั้นเลยตอนนี้ขนาดไม้ขีดซักก้านผมยังไม่มีเลย แล้วแบบนี้ผมจะหายายนั่นเจอได้ยังไงกัน แต่พูดก็พูดเถอะ ตกลงมาจากความสูงขนาดนี้ถ้าไม่ถึงตายก็คงได้แขนขาหักกันบ้างแหละ ไม่อยากนึกสภาพเลยจริง ๆ แต่ระหว่างที่ผมกำลังคล้ำทางอยู่ผมก็รู้สึกว่าเริ่มมองเห็นภาพบริเวณรอบ ๆ ตัวเองเป็นสีเขียว ๆ ใช่ผมเริ่มมองเห็นเหมือนกับกำลังมองผ่านกล้อง Night Vision ไม่คิดว่าเจ้าชุดแมงป่องนี่จะติดตั้งของแบบนี้ไว้ด้วยชักจะชอบแกขึ้นมาตงิด ๆ แล้วสิ ผมเริ่มกวาดสายตามองหาคนที่น่าจะอยู่แถว ๆ นี้แต่กลับไม่พบอะไรเลย รอบ ๆ ผมเป็นที่โล่ง ๆ ดูเหมือนมันจะเป็นถ้ำจริง ๆ แต่ที่ผมแปลกใจมากกว่านั้นคือ ยายนั่นหายไปไหน ถ้าตกลงมาจากความสูงขนาดนี้ เธอไม่น่าจะไปไหนได้ไกลนี่นา หรือว่าเธอเป็นยอดมนุษย์ไม่แน่เหมือนกันแหะ ผมเริ่มมองหาทางที่เธอน่าจะไป แต่แล้วผมก็รู้สึกเหมือนเห็นใครวิ่งผ่านหน้าผมไปแวบ ๆ

“ฮารุฮิ!!! นั่นเธอเหรอ?”

ผมตะโกนถามออกไปแต่ไม่มีเสียงตอบกลับมาเลย ผมจึงรีบวิ่งตามไปแต่น่าแปลก ทำไมเธอวิ่งเร็วเหลือเกิน นี่เธอไม่บาดเจ็บจากที่ตกลงมาเลยหรือไงกันนะ? ผมวิ่งตามมาได้พักหนึ่งเธอก็คลาดสายตาผมไป ให้ตายสิถ้ำนี้บรรยากาศมันไม่ชวนอยากอยู่นาน ๆ เลยแหะ ยิ่งความเงียบกริบนี่ด้วยแล้ว มันทำให้ผมเย็นสันหลังอยู่ไม่น้อย แต่แล้ววูบหนึ่งผมก็รู้สึกเหมือนใครบางคนมายืนอยู่ด้านหลัง ผมรีบหันกลับหลังอย่างรวดเร็วพร้อมยกดาบในมือขึ้นมาตั้งท่าเตรียมพร้อม ทว่าคน ๆ นั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นคนที่ผมลงมาตามหานั่นเอง แต่ดูเหมือนว่าจะมีบางอย่างผิดไปจากฮารุฮิตามปกติ เธอยืนนิ่งเฉยไม่พูดอะไร ดวงตาเธอก็เหมือนเหม่อ ๆ รวมไปถึงที่เอวของเธอ ก็มีเข็มขัดแปลก ๆ เส้นหนึ่งคาดอยู่และเมื่อเธอยื่นจ้องหน้าผมอยู่ครู่หนึ่งร่างของฮารุฮิ ก็ค่อย ๆ ล้มลง ด้วยความตกใจกลัวว่าหัวเธอจะฟาดกับพื้นผมจึงใช้มือรูดที่เข็มขัดของตัวเองทันที

Clock Up

พริบตานั้นภาพร่างของฮารุฮิที่กำลังจะล้มลงไปก็กลายเป็นภาพสโลวโมชั่นทันที ผมปล่อยดาบในมือและวิ่งไปรับตัวเธอเอาไว้ก่อน

Clock Over

ทุกอย่างกลับเป็นปกติ ผมรับร่างของฮารุฮิเอาไว้เรียบร้อย ดูเหมือนว่าเธอจะหมดสติไปแล้วน่าแปลกที่ร่างกายเธอดูไม่มีบาดแผลอะไรเลยทั้ง ๆ ที่ตกลงมาจากที่สูงขนาดนั้น แต่ที่น่าแปลกว่านั้นคือเข็มขัดที่เอวเธอเมื่อครู่นี้ มันอันตรธานหายไปแล้ว ผมมั่นใจว่า ผมเห็นเข็มขัดนั่นอย่างชัดเจนและไม่น่าจะตาฝาด แต่ถึงผมจะสงสัยอยู่ว่ามันหายไปจริงไหมผมก็ไม่กลัวที่จะพิสูจน์ โดยการเปิดเสื้อของยายนี่ขึ้นมาดูอย่างเด็ดขาดเพราะถ้าเธอตื่นขึ้นมาในตอนนั้นพอดีล่ะก็ ผมคงได้ไปเสวนาพร้อมกับเล่นหมากรุก กับท่านยมบาลแน่แท้ทีเดียว

ผมต้องหาทางออกจากที่นี่แต่ว่าการที่ผมวิ่งตามเธอมาทำให้ผมคลาดจากทางที่เข้ามาซะแล้ว นี่ผมจะหาทางออกได้ยังไงกันล่ะ? ผมพยายามมองหา สิ่งที่เรียกว่าทางออกแต่ดูเหมือนมันจะไม่มีอยู่เลย แต่ผมก็ไม่ตัดใจที่จะหามัน และแล้วผมก็ปิ้งไอเดียขึ้นมาได้ ผมค่อย ๆ วางฮารุฮิลงนอนราบกับพื้นอย่างช้า ๆ และเดินไปเก็บดาบที่ตกอยู่ไม่ห่างกันนัก

“หวังว่าคงใช่ได้นะ” ผมพูดกับตัวเองนิดหน่อย เพราะทนบรรยากาศที่เหมือนป่าช้านี่ไม่ไหวแล้ว ก่อนที่ผมจะงัดหางแมงป่องขึ้นมาแล้วตบมันกลับลงไป

Rider Slash

เมื่อสิ้นเสียงนี้ผมก็สะบัดดาบขึ้นบนหัวผมทันทีถึง 3 ครั้งคลื่นพลังสีม่วง พุ่งออกไปจากดาบเหมือนกับท่าไม้ตายของพระเอกในเกม RPG ที่ชอบใช้เวลาโจมตีระยะไกล ผนังของถ้ำแตกออกเป็นรูใหญ่พอที่ผมจะพาตัวผมและฮารุฮิออกไปได้ เศษหินที่เกิดจากคลื่นดาบที่ผมปล่อยออกไปเริ่มร่วงลงมา และจังหวะนั้นเองผมก็รูดเข็มขัดที่เอวอีกครั้ง

Clock Up

เศษหินที่ถล่มลงมาได้กลายเป็นภาพสโลวโมชั่นไปในพริบตา ผมรีบวิ่งไปอุ้มฮารุฮิขึ้นมา ตอนนี้ผมรู้สึกว่าตัวของเธอเบามากไม่ต่างอะไรกับหมอนข้างใบหนึ่งเลยก็ว่าได้ แล้วผมก็รีบวิ่งและกระโดดขึ้นไปเยียบเศษหินที่พังลงมา นั้นเพื่อถีบตัวเองไปยังหินอีกก้อนหนึ่ง และกระโดดไปอีกก้อนหนึ่งทำให้ผมสามารถกระโดดออกมาถึงปากหลุมได้อย่างปลอดภัย รู้สึกว่าที่ตรงนี้จะเป็นบริเวณป่าไผ่ที่ด้านหลังโรงเรียน ดูเหมือนว่าตอนนี้เป็นเวลาเย็นมากพอสมควรแล้วเพราะ ท้องฟ้าเป็นสีแดงไปหมดแล้ว

ผมค่อย ๆ ย่อตัวลงเพื่อจะวางฮารุฮิลงอย่างช้า ๆ และระหว่างนั้นเอง แมงป่องสีเงินที่ดาบของผมก็กระโดดออกไป และพริบตานั้นชุดแมงป่องที่ผมใส่อยู่ก็แตกสลายหายไป พร้อมกับดาบในมือผมก็หายกลับเข้าไปในมือผมเป็นที่เรียบร้อย ฮารุฮิยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นผมจึงแบกเธอขึ้นหลังแล้วพากลับไปที่โรงเรียน หลังจากนั้นผมก็ได้พบกับสมาชิกชมรมที่หนีรอดปลอดภัยที่พาคนออกมาช่วยตามหา และก็โดนลากไปเทศนาซะจนหูชาที่ห้องพักครู โดยที่ยายตัวบงการไม่ได้มารับรู้อะไรเลยซักนิด

ดูเหมือนอาการของฮารุฮิไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรมาก เพราะวันรุ่งขึ้นเธอก็มานั่งยิ้มรอผมอยู่ในห้องเรียนตามเคย ดูเหมือนว่าเธอจะจำเรื่องเมื่อวานไม่ได้เลยซึ่งผมก็คิดว่านั่นคงจะเป็นการดีแล้ว เพราะถ้าเธอจำได้ว่าผมมีอุปกรณ์สำหรับแปลงร่างได้ล่ะก็ มีหวังยายนี่ได้เอาไปใช้ในทางที่ผิดแหงแซะ ถึงเหตุการณ์จะจบลงด้วยดีก็แต่ทำไมกันนะ ทำไมผมถึงรู้สึกว่านี่มันแต่จะเริ่มต้นเท่านั้น ผมคงได้แต่ภวนาเท่านั้นล่ะมั้ง ให้ผมแค่คิดไปเอง แต่ว่าความจริงมันกลับไม่เป็นอย่างนั้น

To Be Conitnue
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
Hoiji
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 65
อายุ : 30
สังกัด : Minerva Guard
อาชีพ : นักศึกษามหาลัย , คาเมน ไรเดอร์
ความสนใจ : การ์ตูน เกม ฮีโร่ญี่ปุ่นและความสงบสุข
Registration date : 27/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Mask Rider Haruhito   Fri Apr 13, 2007 3:57 pm

คอยตอนที่ 4 กับตอนล่าสุดคับ หุ ๆ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
Rui
ผู้คุมอำนาจแห่งบอร์ด
ผู้คุมอำนาจแห่งบอร์ด
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 103
อายุ : 25
สังกัด : ไร้สาระทีม
อาชีพ : นักดนตรี
ความสนใจ : เสียงเพลง
Registration date : 27/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Mask Rider Haruhito   Fri Apr 13, 2007 6:19 pm

หนุกดีฮะเหอๆ รักพระเจ้า
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://members.thai.net/scarms/index.html
Rei
ผู้ดูแลพิเศษ
ผู้ดูแลพิเศษ
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 88
อายุ : 27
สังกัด : Asgard
อาชีพ : Grim Angel
ความสนใจ : Diviner
Registration date : 27/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: อสูร
อาชีพ: จอมเวท

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Mask Rider Haruhito   Fri Apr 13, 2007 6:29 pm

ตอนล่าสุดต่อจากบอร์ดเจ จะมีเดนโอมะฮะ = ="a

_________________


เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://skully.exteen.com
raymiel02
เด็กอนุบาลสานฝัน
เด็กอนุบาลสานฝัน
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 11
สังกัด : SoS Brigade Space Force
Registration date : 06/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Mask Rider Haruhito   Thu Apr 19, 2007 9:43 am

Mask Rider Haruhito

EP 04

หลังจากเรื่องราวในวันนั้นผ่านไปได้สองวันทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเข้าสู่ภาวะปกติ ผมนั่งแก่วอยู่ในห้องชมรมนรกแตกที่มีมนุษย์ต่างดาว นักเดินทางข้ามกาลเวลา และมนุษย์พลังจิตนั่งอยู่ในนี้อย่างพร้อมหน้า ผมจะควรจะดีใจหรือเสียใจดีนะ ที่เริ่มคุ้นเคยกับไอ้ห้อง ๆ นี้ไปซะแล้ว เบื้องหน้าผมมีกระดานหมากรุกวางอยู่พร้อมกับเจ้าโคอิสึมิที่กำลังทำหน้ายิ้มระรื่นใส่จนน่าหมั่นไส้กำลังจะวางตัวไนท์เข้ามารุกฆาตคิงของผม
.
“รุกแล้วนะครับ” หมอนั่นพูดกับผม แต่ถึงไม่พูดเห็นอยู่หรอกน่า

“อ่า”

ผมหยิบขุนของผมหนีออกมา ระหว่างนั้นคุณอาซาฮินะก็วางแก้วชาไว้ข้าง ๆ มือขวาของผม อันที่จริงการมานั่งเล่นหมากรุกสบายใจเฉิบในขณะที่การสอบกลางภาคก็จะมาถึงแล้วในอีก 2 สัปดาห์เนี้ยมันดูจะใจเย็นเกินไปหรือเปล่านะ? บางครั้งผมก็รู้สึกอิจฉาคนที่นั่งอยู่หลังผมในห้องเรียนเหมือนกัน ทั้ง ๆ มีความคิดเพี้ยนสุดโต่งได้ขนาดนั้นแถมปกติก็ไม่เห็นจะตั้งใจฟังอาจารย์สอนเลยซักนิดแล้วทำไมยายนั่นกลับทำคะแนนเทสต์ได้ดีทุกทีกันนะ

โลกเรานี่บางครั้งก็ช่างไม่ยุติธรรมเสียจริง ๆ นี่ถ้าผมขอแบ่งความฉลาดจากฮารุฮิมาได้ซัก 10% ล่ะก็ผมก็คงไม่กลุ้มใจกับการสอบที่จะถึงอยู่ร่อมร่อนี่เลย สายตาของผมเหลือบมองดูนางาโต้ที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ ท่าทีของเธอดูไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตาไม้แกะสลักเลยจริง ๆ แต่ผมก็พอได้มองหน้านิ่ง ๆ นั่นแล้วผมก็พาลคิดถึงเรื่องเมื่อตอนนั้นขึ้นมา คำที่นางาโต้พูดกับผมในตอนนั้น Mask Rider System มันคืออะไรกันนะ?

“จะเอายังไงต่อดีละครับ?”

เจ้าโคอิสึมิยังคงยิ้มอยู่เหมือนเดิมในขณะที่รุกไล่ผมอย่างสนุกสนาน แต่บอกตามตรงว่าหมากกระดานนี้ผมสามารถพลิกเกมได้อย่างไม่ยากไม่เย็นอะไร เพียงแต่ผมไม่มีอารมณ์จะทำแบบนั้นเลย

“โคอิสึมินายคิดว่า ไอ้พวกนั้นมันคืออะไร?” ผมเอ่ยถามออกไปอย่างจริงจัง

“อะไรเหรอครับ?”

“ไอ้ที่เราเจอเมื่อสองวันก่อนไงล่ะ?”

“ผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกันล่ะครับ ทางองค์กรของผมก็วุ่นวายกันน่าดูชมเลย”

โคอิสึมิตอบผมอย่างสบาย ๆ ในขณะที่มือก็ยังหยิบตัวหมากไล่ถลุงตัวหมากของผมอย่างสนุกสนาน ในตอนนั้นผมคิดได้อย่างเดียวว่า ถามหมอนี่ไปก็คงไม่ได้อะไร แต่ถ้าจะถามคุณอาซาฮินะก็คงได้ยินประโยคเด็ดของเธอแน่ ดังนั้นคนที่น่าจะรู้คำตอบดีที่สุดก็คงหนีไม่พ้นแม่สาวเอเลี่ยนแน่ ๆ แต่สภาพการณ์ตอนนี้ถามไปผมก็ไม่รู้ว่าเธอจะตอบผมหรือเปล่า?

ปึ้ง!!!

เสียงประตูห้องเปิดออกอย่างรุนแรงโฉมหน้าของผู้เปิดประตูก็มิใช่ใครที่ไหนเลย คนผู้นั้นก็คือหัวหน้าชมรม กองพัน SOS นี่แหละ แต่วันนี้สีหน้าของเธอดูไม่ดีเท่าไหร่นักบ่งบอกถึงความแปรปรวนทางอารมณ์ที่ขึ้นลงบ่อยกว่าน้ำทะเลของคุณเธอได้เป็นอย่างดี น่ากลัวว่าวันนี้นายคงได้เหนื่อยกันยกใหญ่แน่โคอิสึมิ

ฮารุฮิเดินตรงเข้ามาที่โต๊ะประจำตำแหน่งพร้อมวางกระเป๋าลง พร้อมกับมองดูหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างเซ็ง ๆ คุณอาซาฮินะทำหน้าที่ของเธออย่างขันแข็ง ผมสังเกตอาการของฮารุฮิวันนี้ค่อนข้างแปลกจากทุกวันไม่รู้ว่ายายนี่ไปกินอะไรผิดสำแดงมาหรือว่า หัวเธอกระแทกในตอนนั้นก็ไม่รู้ ฮารุฮิจ้องหน้าคอมพร้อมกับขยับเมาส์ไป ๆ มา ๆ ด้วยสีหน้าเซ็ง ๆ คงจะเช็คกล่องเมลล์ที่แต่มีความว่างเปล่าเป็นสรณะนั่นตามเคย ผมละสายตาไปแปบเดี๋ยวโคอิซึมิก็รุกคิงของผมอีกแล้ว ให้ตายสินี่แกกะชำระแค้นที่แพ้เกมหมากกระดานฉันตลอดใช่ไหมเนี้ย?

“ฉันกลับล่ะ!!!”

ฮารุฮิพูดคำนั้นออกมาอย่างห้วน ๆ ดูเหมือนเธอจะอยู่ในอาการเซ็งกับอะไรบางอย่างทำให้ไม่อาจนั่งเฉยในห้องชมรมได้อีก ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเข้ามาได้ไม่ถึง 15 นาทีแท้ ๆ ฮารุฮิเดินออกไปจากห้องได้ไม่นานโทรศัพท์มือถือของเจ้าโคอิซึมิ ก็ดังนั้นดูเหมือนจะมีข้อความไม่ดีส่งเข้ามาถึงเขาเพราะสีหน้าของหมอนี่มันฟ้องขึ้นมาชัดเจนเมื่ออ่านมัน

“ดูเหมือนว่าผมคงต้องไปทำงานพิเศษซะแล้วล่ะครับ”

โคอิสุมิพูดพร้อมกับยักไหล่เล็กน้อยแล้วก็คว้ากระเป๋าเดินออกจากห้องนี้ไป เวลานี้เหลือแค่ 3 คนแล้วผมเองก็ไม่รู้จะนั่งอยู่ทำไมอีก นางาโต้ปิดหนังสือในมือลงแล้วก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้พร้อมเดินจากไปอย่างเงียบ ๆ แต่ระหว่างนั้นสายตาของเธอก็จ้องผมมาทางผมเล็กน้อย เมื่อหัวหน้าทีมจากไปเหล่าสมาชิกก็ค่อย ๆ สลายตัวไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ผมเองก็ลุกจากเก้าอี้เก็บหมากรุกกระดานนี้ เข้ากล่องของมันแล้วก็เอาไปเก็บเข้าที่ ผมกำลังจะเดินออกจากห้องเพราะรู้ดีว่า คุณอาซาฮินะจะต้องเปลี่ยนชุดก่อนกลับบ้าน แต่ว่า

“เคียวอึนคุง เอ่อ.... คืนนี้ตอนหนึ่งทุ่มช่วยมาพบฉันที่ศาลเจ้าหน่อยได้ไหมค่ะ?...”

น้ำเสียงสุดน่ารักที่แฝงความเอียงอายของคุณอาซาฮินะมันดังเข้าหูผมอย่างชัดเจน ผมเอาผมแข็งไปทั้งตัว......โอ้ว!!! หรือว่านี่จะเป็น!!!...

“ก็ได้หรอกนะครับ แต่ว่าทำไมถึงต้อง........”

“อย่าเพิ่งถามอะไรเลยค่ะ ฉันจะรออยู่ที่นั่นยังก็ช่วยไปให้ได้นะคะ”

คุณอาซาฮินะพูดเช่นนี้ผมจะปฏิเสธได้อย่างไร ผมรีบรับปากอย่างเต็มที่ ชนิดที่สาบานได้เลยว่าแม้จะเกิดพายุทอร์นาโดพัดถล่มหรือแผ่นดินไหวผมก็จะต้องไปพบคุณตามนัดให้ได้ ผมเดินออกมาห้องชมรมได้พักหนึ่งผมก็ได้พบกับนางาโต้ที่ออกมาก่อนยืนรอผมอยู่ที่ตรงทางเดิน

“นางาโต้ ทำไม....”

ไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรมากกว่านั้น นางาโต้ก็ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาและพูดอะไรบางอย่างที่ผมฟังไม่ทัน พริบตานั้นทางเดินของตัวอาคารก็พลันสลายหายไปกลายเป็นทะเลทรายที่เวิ้งว้าง ท้องฟ้าสีครามแสงแดดที่สว่างจ้า ท่ามกลางผืนทรายสุดลูกหูลูกตา ไม่ผิดแน่นอนที่นี่คงเป็นมิติที่นางาโต้สร้างขึ้น แต่ทำไมกันล่ะ?

“อะไรกันเนี้ย!!? นางาโต้นี่เธอ......”

ผมอยากจะถามสาเหตุแต่แล้วผมก็ต้องตกตะลึงตนพูดไม่ออกเมื่อได้เห็นคน ๆ หนึ่งยืนอยู่ด้านหลังนางาโต้ คน ๆ นั้นเป็นชายหนุ่มในชุดสูทสีดำยืนอยู่ไม่ห่างกายนางาโต้มากนัก

“ขอบใจมาก ยูกิ ถ้าเป็นที่นี่ก็คงปลอดภัยหน่อย”

เขาเดินมาจับบ่าของนางาโต้เบา ๆ พร้อมกับมองมาที่ผม ชายชุดดำคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาก็คือคนที่ให้อุปกรณ์แปลงร่างกับผม ใช่แล้วเขาคือตัวผมในอนาคต แต่ว่าทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ และที่น่าแปลกใจกว่าคือทำไมเขาถึงเรียกชื่อของนางาโต้อย่างสนิทสนมอีก

“นายไม่ได้กลับอนาคตไปแล้วหรือ?” ผมถามตัวผมอีกคนอย่างห้วน ๆ

“ก็ว่าจะกลับเหมือนกัน แต่ว่ามีเรื่องหนึ่งที่ฉันต้องทำก่อน”

ตัวผมในอนาคตพูดอย่างใจเย็นพร้อมกับเดินมาหาผมอย่างช้า ๆ ก่อนที่เขาจะหยุดอยู่ยืนอยู่ห่างจากผมประมาณ 3 เมตร

“เอาซาซอร์ดไยบะ ออกมาสิ มันจำเป็นสำหรับเรื่องคราวนี้นะ”

คำพูดที่ดูขึงขังนั่นทำให้ผมรู้สึกแปลก ๆ หรือว่าจะมาทวงอุปกรณ์แปลงร่างนี่คืน แต่ว่าผมรู้สึกว่ามันแปลกออกไป ทำไมผมถึงรู้สึกกดดันแบบนี้ถึงผมจะมองไม่เห็นแววตาของตัวผมเองในอนาคตเพราะแว่นตาดำที่เขาใส่มันปกปิดอยู่ก็ตาม แต่ผมกลับรู้สึกถึงความไม่เป็นมิตรจากตัวเขาเหมือนในตอนแรกที่เจอกันเลย

“ทำไมกันล่ะ ล่ะมาขอคืนหรือยังไง? หรือว่านี่คือเรื่องสำคัญที่ต้องทำ” ผมถามกลับไปอย่างห้วน ๆ เช่นเดิม

“เปล่าเลย ฉันต้องการน่ะคือนี่ตะหาก”

สิ้นคำพูดนั้นผมก็รู้สึกได้ทันทีเลยว่าระยะห่าง 3 เมตรนั่นได้กลายเป็นศูนย์ไปในพริบตา กำปั้นของชายชุดดำพุ่งตรงมาที่ใบหน้าของผม ใช่มันพุ่งมาหาผมอย่างเร็วมาก แต่ร่างกายผมมันเบี่ยงหลบไปได้เองอย่างอัตโนมัติแต่ว่า หลังจากนั้นผมก็รู้สึกจุกขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน หมัดอีกหนึ่งหมัดของเขาอัดเข้าท้องผมอย่างจัง ผมทรุดตัวลงนั่งอย่างเลี่ยงไม่ได้ รู้สึกอยากจะคายของเก่าในกระเพาะเลยทีเดียวหมัดของเขาหนักมากจริง ๆ ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเขาคือตัวผมจริง ๆ แต่ที่น่าแปลกใจกว่านั้นทำไมกัน ทำไมถึงต้องมาทำร้ายผมด้วย

“เอ้าเป็นอะไรไป แค่นี้ก็ไม่ไหวแล้วหรือไง? แบบนี้จะปกป้องอะไรใครได้กันเล่า?”

ดูเหมือนผมจะโดนตัวเองถากถางเสียแล้ว แต่มันจุกจริง ๆ นะเนี้ยเล่นเอาลุกแทบไม่ขึ้นเลย แต่ถึงกระนั้นผมก็พยายามจะยืนขึ้นให้ได้

“อ่อ คงไม่มีแรงกระตุ้นสินะถ้างั้น”

ชายชุดดำยกมือขึ้นเหนือศีรษะ พริบตานั้นผมก็เห็นอะไรบางอย่างบินตรงมาเข้ามือของเขา ผมเห็นมันอย่างชัดเจนเมื่อเขานำสิ่งนั้นติดเข้ากับกำไลข้อมือที่แขนซ้ายของเขา มันคือผึ้งที่มีขนาดตัวโตผิดปกติ หรือว่ามันจะเป็น..........

“แปลงร่าง”

เสียงนิ่ง ๆ พูดออกมาจากปากของเขาพร้อมกับบิดตัวผึ้งให้เข้าที่ส่วนท้ายของมันตั้งฉากกับพื้นที่ยืนอยู่

Henshin

ร่างของเขาเริ่มถูกห่อหุ้มด้วยชุดโลหะสีเงินจากข้อมือไล่มาจนทั่วร่าง ดูเหมือนว่าชุดนี้จะแตกต่างจากชุดแมงป่องตัวนั้นอย่างมาก เกราะส่วนหัวมีเกราะหกเหลี่ยมคล้ายรังผึ้งส่วนเกราะตามตัวดูคล้ายกับเกราะของตัวที่เป็นด้วงเขากวาง ผมไม่เข้าใจตัวเองในอนาคตจริง ๆ ว่าเขาคิดจะทำอะไรแต่ดูเหมือนว่านี่คงไม่ใช่การล้อเล่นแน่

Stand by

แมงป่องสีเงินของผมผุดขึ้นมาจากพื้นทรายและกระโดดขึ้นมาบนมือซ้ายของผม ในเวลานั้นซาซอร์ดไยบะได้อยู่ในมือขวาของผมแล้ว

“แปลงร่าง” ผมเสียบแมงป่องเข้าไปบนช่องว่างบนซาซอร์ดไยบะทันที

Henshin

ร่างผมถูกห่อหุ้มด้วยชุดหัวแมงป่องทั่วทั้งร่างในเวลาพริบตา และการต่อสู้ระหว่างตัวผมกับตัวผมเองในอนาคตก็เปิดฉากขึ้น กำปั้นของดุ้น ๆ ของชุดเกราะหัวรังผึ้งก็พุ่งเข้ามาที่ใบหน้าผม แต่ไม้เดิม ๆ ไม่ได้กินผมอีกแล้ว ผมโยกหลบได้พร้อมกับเอาดาบในมือ ป้องกันกำปั้นที่ต่อยท้องไว้ได้สบาย ๆ พร้อมตวัดดาบเข้าที่ท้องของเขาเป็นการตอบโต้ แต่ว่าวืดสนิทเพราะเขากระโดดถอยหลังหนีระยะดาบผมไปแล้ว ผมจึงเริ่มที่จะบุกบ้างแต่ว่าข้อมือข้างที่ถือดาบของผมก็ถูกเขาจับไว้ได้ก่อนที่ดาบผมจะฟาดถึงตัว

และคราวนี้เองผมก็ได้ลิ้มรสชาติเข่าแข็ง ๆ เข้าเต็มหน้าท้อง ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขาคว้าบ่าของผมแล้วโน้มให้มันลงมาโดนหัวเข่านี้ ยังไม่จบแค่นี้ผมโดนกำปั้นตั้นหน้าเข้าอีกหนึ่งหมัดจนตัวผมปลิวลงไปเกลือกกลิ้งกับพื้นทราย แมงป่องสีเงินบนดาบของผมกระโดดออกจากดาบไปในทันที ชุดที่หุ้มร่างของสลายหายไปในพริบตา

“ไม่ไหว ๆ แบบนี้คงต้องสอนกันอีกเยอะ”

ผมได้ยินเขาพูดแบบนี้ในขณะที่กำลังพยามจะลุกขึ้น ตัวผมอีกคนได้ถอดผึ้งออกจากกำไลข้อมือของเขาเมื่อผึ้งตัวนั้นบินจากไปชุดที่หุ้มร่างเขาอยู่ก็สลายหายไป กลับมาเป็นสูทสีดำตามเดิม

“วันนี้แค่นี้ก่อนก็แล้วกันเดี๋ยวจะไปไม่ทันตามนัด แต่หลังจากนี้ไปฉันจะสอนสิ่งที่นายควรจะรู้ให้เอง” ตัวผมในอนาคตเดินมาหยุดที่หน้าผมพร้อมกับเอ่ยออกมาแบบนั้น

“นายใช่ตัวฉันแน่หรือเนี้ย!!?” ผมถามออกไปทั้ง ๆ ที่ยังจุกอยู่

“จากนี้ไปเรียกฉันว่า จอห์น สมิธ ก็แล้วกัน”

ตัวผมในอนาคตเอาชื่อสุดเชยนี้มาจากไหนกันฟะ ฟังแล้วยังไงบอกไม่ถูกเสียจริง ๆ แต่หลังจากคำพูดนี้จบลงทะเลทรายที่ผมอยู่ก็สลายหายไปกลายเป็นทางเดินในอาคารเรียนเหมือนเดิม นางาโต้ที่ยืนอยู่ตรงหน้ายังคงมีสีหน้านิ่งเฉยอย่างเคย ดูเหมือนเวลาไม่ได้ล่วงเลยไปมากนัก นางาโต้เดินจากไปอย่างนิ่งเงียบ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ผมให้ผมอยู่ในความสับสนชั่วขณะจนลืมแม้แต่จะเรียกนางาโต้เอาไว้เพื่อถามต้นสายปลายเหตุทั้งหมด

กว่าผมจะนึกได้นางาโต้หายไปจากระยะสายตาของผมแล้ว ปริศนาในใจผมได้เพิ่มมาอีกหนึ่งข้อในขณะที่ปริศนาเก่าก็ยังไม่คลี่คลายลงแม้แต่น้อย แต่ว่าจะมีอะไรที่ผมจะทำได้อีกล่ะนอกจากกลับบ้านพร้อมปริศนาคาใจ เวลาช่างผ่านไปเร็วเสียจริง ๆ ไม่นานก็ค่ำลงแล้วผมต้องรีบออกจากบ้านอย่างเร็วจี๋เพื่อไปตามสัญญาที่ให้ไว้กับสาวสวย และการจะปล่อยให้เธอคอยนานก็คงเป็นมารยาทที่ย่ำแย่สุด ๆ โดยเฉพาะกับคุณอาซาฮินะแล้วอาจเรียกได้ว่ามันแทบจะเป็นบาป ในใจผมไปตลอดชีวิตก็คงจะไม่ผิดนัก ผมมาถึงที่นัดหมายก่อนเวลานิดหน่อยแต่ดูเหมือนว่าคุณอาซาฮินะได้มารอผมอยู่ก่อนแล้ว

“ฉันรออยู่นานแล้วค่ะ”

คุณอาซาฮินะกล่าวด้วยสีหน้าเปื้อนรอยยิ้ม อ่า~~ ยิ่งดูก็ยิ่งเหมือนนางฟ้าเลย แต่เอ๊ะทำไมคุณอาซาฮินะถึงมารออยู่ก่อนได้ล่ะ แถมยังอยู่ในชุดนักเรียนอีกหรือว่าหลังจากนัดผมตอนนั้นแล้วเธอก็มารออยู่ที่นี่เลย แต่ผมสังเกตเห็นกระเป๋าโลหะใบหนึ่งที่อยู่ในมือเธอทำไม ผมรู้สึกว่ามันช่างดูคุ้น ๆ เหมือนจะเคยเห็นกระเป๋าลักษณะนี้จากที่ไหนมาก่อน

“เอ่อ...คุณอาซาฮินะนี่ผมทำให้รอนานหรือเปล่าครับ?”

“ไม่หรอกค่ะ ฉันผิดเองแหละที่มาก่อนนัด” เธอส่ายศีรษะเล็กน้อยพร้อมกับบอกผมเช่นนั้น

“ว่าแต่มีเรื่องอะไรจะบอกผมอย่างนั้นหรือครับ?”

“ตามฉันมาสิค่ะ?”

คุณอาซาฮินะเดินนำหน้าผมขึ้นบันไดหินของศาลเจ้าพร้อมกับหิ้วกระเป๋าใบนั้นไปด้วยผมได
้แต่เดินตามเธอไปโดยที่ยังไม่ถามอะไร จนกระทั่งขึ้นมาถึงด้านบนของศาลเจ้าแห่งนี้บรรยากาศในตอนค่ำของที่นี่ช่างดูวังเวงน่ากลัวชวนให้อยากวิ่งเสียจริง ๆ คุณอาซาฮินะดูมีท่าทางสั่น ๆ เล็กน้อยที่จะก้าวเดินต่อไปเธอค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ผมทุกขณะจนแทบจะเบียดผมอยู่แล้ว

กลิ่นหอม ๆ จากเส้นผมของคุณอาซาฮินะมันลอยมาเข้าจมูกผมอยู่เป็นระยะ ๆ สำหรับผมมันช่างรู้สึกเหมือนกับอยู่บนสวรรค์จริง ๆ เลย ต้องขอบคุณไอ้บรรยากาศวังเวงนี่ซักหน่อยแล้วสิ พวกเราสองคนยังเดินไปเรื่อย ๆ แต่ดูเหมือนสปีดในการเดินของคุณอาซาฮินะลดลงอย่างเห็นได้ชัดในขณะที่กำลังเดินผ่านทางเดินแคบ ๆ ที่เป็นข้างทางทั้งสองฝากเป็นป่าด้านหลังศาลเจ้าดูเหมือนเส้นทางนี้จะเป็นเส้นทางไปยังจุดชมดอกไม้ไฟที่เยี่ยมสุด ๆ ในงานเทศกาลฤดูร้อน

“เอ่อ...คุณอาซาฮินะ นี่เราเข้ามาที่นี่ทำไมกันหรือครับ?”

ผมเอ่ยถามเพราะอดรนทนไม่ได้ที่จะสงสัยสาเหตุที่คุณอาซาฮินะชวนผมมายังสถานที่เปลี่ยว
ๆ ในเวลาอย่างนี้ เมื่อผมถามออกไปแล้วเธอก็เดินออกหน้าผมไปเล็กน้อยแล้วจึงหันกลับมามองที่ผมด้วยสีหน้าจริงจัง

“คือว่า ฉันมีเรื่องจะขอร้องค่ะ” แม้จะพยายามทำให้ดูขึงขังยังไงแต่ใบหน้าและน้ำเสียงที่จริงจังของคุณอาซาฮินะนั้นก็ยังออกแนวน่ารักมากกว่าจริง ๆ

“เอ่อ....เรื่องอะไรอย่างนั้นหรือครับ”

ผมถามคุณอาซาฮินะกลับทันที แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงประหลาดบางอย่างดังขึ้นมาในความมืดอันเงียบสงบนี้ ทำเอาคุณอาซาฮินะร้องกรี๊ดซะดังลั่นด้วยความตกใจและกระโดดเข้ามากอดผมอย่างแนบแน่น เอ่อ...คุณอาซาฮินะเบามือหน่อยครับหายใจไม่ออกยิ่งกว่านั้นอะไรนิ่ม ๆ ก็ยังมาโดนอกของผมอีก ผมฟังเสียงปริศนาพวกนี้ดี ๆ แล้วก็รู้สึกว่ามันเป็นเสียงเหมือนอะไรเคลื่อนไหวอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนี้แต่สายตาผมตอนนี้ไม่สามารถจะมองเห็นได้ดีในความมืดเสียด้วย แล้วคุณอาซาฮินะยังมาบล็อคสกิลหลวงพ่อโกยของผมอีกผมขยับตัวหนีไม่ได้เลย แต่แล้วเสียงพวกนั้นก็ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ และแล้วต้นตอแห่งเสียงก็ได้ปรากฏตัวออกมาเบื้องหน้าผมจนได้

To Be Conitnue
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
Rui
ผู้คุมอำนาจแห่งบอร์ด
ผู้คุมอำนาจแห่งบอร์ด
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 103
อายุ : 25
สังกัด : ไร้สาระทีม
อาชีพ : นักดนตรี
ความสนใจ : เสียงเพลง
Registration date : 27/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Mask Rider Haruhito   Thu Apr 19, 2007 10:38 pm

หนุกชะมัด จะติดตามนะคร้าบ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://members.thai.net/scarms/index.html
raymiel02
เด็กอนุบาลสานฝัน
เด็กอนุบาลสานฝัน
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 11
สังกัด : SoS Brigade Space Force
Registration date : 06/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Mask Rider Haruhito   Sun Apr 22, 2007 6:35 pm

Mask Rider Haruhito

EP 05

ท่ามกลางบรรยากาศที่มืดสนิท ต้นตอแห่งเสียงลึกชวนชวนขนหัวลุกตั้งเมื่อครู่ได้โผล่ออกมาให้ผมได้เห็นและพอจะแยกแยะรูปร่างมันออกได้แล้วว่า แท้จริงมันก็คือแมวตัวไม่ใหญ่ไม่โตมากนักวิ่งพรวดพราดออกมาจากพุ่มไม้ ก่อนจะจ้องมองมาที่ผมซักครู่หนึ่งแล้วมันก็วิ่งหนีหายไป ผมรู้สึกใจชื้นขึ้นมากทีเดียวที่ต้นตอของเสียงประหลาดนั้นเป็นแค่สัตว์ตัวเล็ก ๆ ที่ดูไม่มีพิษภัยอะไรแบบนี้

ผมรู้สึกขำตัวเองขึ้นมาเล็ก ๆ ไม่สิขำมนุษย์เราทุกคนเลยมากกว่าที่มักคิดจิตนาการอะไรไปต่าง ๆ นานาเวลาที่อยู่ในความมืดเช่นนี้ ทั้ง ๆ ที่ความจริงมันอาจไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบสงบตามเดิมแต่ถึงกระนั้นคุณอาซาฮินะก็ยังคงหลับตาไม่มองทุกสิ่งรอบข้างพร้อมแขนทั้งสองข้างก็ยังกอดรัดผมไว้อย่างแนบแน่นไม่ยอมปล่อย ร่างกายที่แสนบอบบ้างที่กำลังสั่นเทาเพราะความกลัวมันทำให้ความคิดหื่น ๆ ในหัวของผมเตลิดไปไหนต่อไหนอยากเอามือทั้งสองข้างโอบกอดเอาไว้เสียจริง ๆ เลย!! แต่ผมก็ทำได้แค่คิดและต้องสงบจิตสงบใจไว้แค่นั้น

“เอ่อ...คุณอาซาฮินะ....ไม่มีอะไรแล้วครับเมื่อกี้มันแค่แมวเท่านั้นเองครับ”

ผมค่อย ๆ สัมผัสไปที่บ่าของเธอแล้วก็ออกแรงผลักเบา ๆ เพื่อให้เธอถอยห่างออกจากตัวผม คุณอาซาฮินะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยสีหน้าที่ไม่ต่างอะไรกับตอนที่โดนฮารุฮิบังคับให้ทำเรื่องแผลง ๆ เลยซักนิด แต่แล้วเธอก็ผละตัวออกไปจากผมด้วยกริยาอาย ๆ ผมพอจะเข้าใจความรู้สึกนั้นได้เป็นอย่างดี เพราะผมก็รู้สึกแบบเดียวกันจนปั้นหน้าไม่ถูกเลย

“เมื่อกี้ที่ผมถามค้างไว้.......” ผมเริ่มเอ่ยถามคุณอาซาฮินะที่กำลังหยิบกระเป๋าที่ทำตกไว้เมื่อกี้ขึ้นมาจากพื้น

“ฉันอยากให้คุณเป็นกำลังให้ฉันค่ะ”

คำตอบของคุณอาซาฮินะที่ตอบกลับมาเล่นเอาผมอึ้งกึมกี่ไปหลายวินาทีผมไม่ค่อยเข้าใจยิ่
งฟังยิ่งสับสน แต่หัวใจครึ่งหนึ่งของผมมันบินทะลุขอบทางช้างเผือกไปด้วยความปลื้มปิติเสียแล้ว คุณอาซาฮินะค่อย ๆ หันกลับมามองหน้าผมด้วยสายตาที่เปี่ยมความมุ่งมั่นและจริงจัง

“ตอนนี้ในอนาคตได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขึ้นค่ะ ฉันได้รับคำสั่งใหม่มาแต่ฉันกลัวว่าลำพังฉันคนเดียวจะไม่สามารถทำงานนี้ได้ ดังนั้น......”

“เดี๋ยวก่อนครับ นี่มันเรื่องอะไรกันแน่? แล้วอีกอย่างถึงผมอยากจะช่วยก็เถอะแต่คนธรรมดาอย่างผมจะไปช่วยอะไรได้อย่างนั้นหรือครับ”

ผมพยายามท้วงสิ่งที่สาวสวยตรงหน้าผมบอก

“คุณช่วยได้แน่นอนค่ะ อย่างน้อย ๆ แค่เคียวอึนคุงคอยอยู่ข้าง ๆ คุณสุซุมิยะ”

“ดะ...เดี๋ยวก่อนนะครับ....หรือว่ายายนั่นจะเป็นสาเหตุของเรื่อง?”

“ไม่เชิงหรอกค่ะ สาเหตุหลักไม่ได้เกิดจากคุณสุซุมิยะหรอกค่ะ แต่ก็มีส่วนเกี่ยวข้องค่ะ”

“หมายความว่ายังไงกันครับ?”

“ข้อมูลปกปิดค่ะ ขอโทษนะคะที่ฉันบอกมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว”

คุณอาซาฮินะทำสีหน้าเศร้า ๆ เหมือนคนที่กำลังรู้สึกว่าตัวเองทำผิดหนักหนาจนน่าให้อภัย พอได้เห็นสีหน้าแบบนั้นแล้วผมก็ไม่อยากที่จะคาดคั้นอะไรกับเธออีก

“เข้าใจแล้วครับ ตกลงผมจะช่วยคุณแต่มันอาจจะช่วยอะไรไม่มากนักก็ได้นะครับ”

“ขอบคุณมากค่ะ เคียวอึนคุง” เธอพูดขอบคุณผมพร้อมรอยยิ้มเล็ก ๆ ก่อนที่จะพาผมเดินต่อไป

ผมกับคุณอาซาฮินะเดินลึกเข้าไปเรื่อย ๆ รู้สึกว่าเส้นทางนี้แยกห่างมาจากตำแหน่งที่ผมคาดไว้ตอนแรกมากนัก ผมแน่ใจว่าไม่เคยเดินในเส้นทางนี้แน่ รวมถึงอีกหลาย ๆ คนก็คงจะไม่ค่อยเดินทางนี้เพราะสังเกตจากความสูงของต้นหญ้าที่พื้นมันแน่นขนัดไปหมดเป็นหลักฐานชิ้นเยี่ยมที่จะแสดงว่าไม่มีคนสัญจรไปมาบ่อยนัก แต่ทำไมคุณอาซาฮินะถึงได้พาผมเดินมายังทางที่รกชันเช่นนี้ด้วย มันจะเกี่ยวอะไรกับหน้าที่ใหม่ที่พูดเมื่อกี้หรือเปล่า? เอ๊ะเดี๋ยวก่อน นี่ผมกำลังระแวงคุณอาซาฮินะอยู่เหรอ?

พูดบ้า ๆ มันไม่มีทางเป็นไปได้หรอกน่า กับสาวน้อยผู้ไร้เดียงสาคนนี้เธอไม่น่าจะมีอุบายอะไรถึงขนาดที่จะต้องระแวงหรอกน่า และขณะนั้นเองคุณอาซาฮินะก็หยุดเดินผมไม่แน่ใจนักว่าที่นี่ใช่ที่ ๆ เธอต้องการจะมาหรือเปล่าแต่เบื้องหน้าผมตอนนี้คือโพรงขนาดใหญ่ที่สามารถเอาหมีตัวโต ๆ เดินเข้าได้พร้อมกัน 2 ตัวก็ยังไม่คับแคบแม้แต่น้อย ถ้าจะบอกว่ามันเป็นปากถ้ำก็ยังได้ ที่สำคัญผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามีสถานที่แบบนี้อยู่ด้วย ในขณะนั้นคุณอาซาฮินะก็เปิดกระเป๋าที่ถือมาแล้วหยิบไฟฉายส่งให้ผมหนึ่งกระบอก ผมจึงต้องเอื้อมมือไปรับไฟฉายจากมือเธออย่างช่วยไม่ได้

“คุณอาซาฮินะ หรือว่าคุณจะต้องเข้าไปในนี้”

ผมถามพร้อม ๆ กับมองดูสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนอยากจะร้องไห้ของคุณอาซาฮินะ เธอไม่ตอบอะไรนอกจากพยักหน้าพร้อม ๆ ด้วยร่างกายที่ออกอาการสั่นกลัวอย่างชัดเจน บ่งบอกให้รู้ความในใจของเธอว่าไม่ได้อยากจะเข้าไปในนี้ขนาดไหน แต่ด้วยความจำเป็นบางประการคงบังคับให้ต้องเข้าไป ผมเปิดไฟฉายแล้วส่องเข้าไปข้างในโพรงนั้นแต่กลับมองไม่เห็นอะไรเลย

โพรงนี้ลึกไปขนาดที่ไม่มีอะไรที่จะสะท้อนเป็นภาพให้ผมเห็นในระยะสายตายตอนนี้ได้เลย ผมหันไปมองหน้าคุณอาซาฮินะที่กำลังกอดแขนซ้ายของผมอยู่ อาการสั่นของเธอส่งผ่านมาถึงแขนผมอย่างชัดเจน ผมค่อยเดินนำหน้าเข้าไปข้างในอย่างช้า ๆ บอกตามตรงตอนนี้ผมก็ชักจะเริ่มกลัวขึ้นมาบ้างแล้วเหมือนกัน แต่ก็ต้องพยายามเก็บอาการเพื่อที่จะไม่สร้างความวิตกให้กับสาวน้อยที่กำลังสั่นเพราะความกลัวแถมกอดแขนผมไว้แน่นจนแขนซ้ายผมมันชาไปหมดแล้ว

พวกเราเดินลึกเข้ามาเรื่อย ๆ บรรยากาศรอบ ๆ ตัวมืดทึบไปหมดแสงไฟเล็ก ๆ จากหลอดไฟฉายในมือผมดูท่าจะไม่เพียงพอที่จะทำให้ที่นี่ลดความน่าขนลุกลงได้เลย แต่ยิ่งลึกเข้าไปผมก็รู้สึกว่ามันยิ่งกว้างขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งลึกลงไปก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดกับความอับชื้นเหงื่อของผมไหลออกมาเรื่อย ๆ อย่างกับท่อประปาแตกก็ไม่ปาน ร้อนจริง ๆ พับผ่าสิ!!! ต้องหาเรื่องคุย!!

ใช่แล้วผมต้องพูดอะไรซักอย่างเพื่อทำลาบบรรยากาศที่แสนอึดอัดนี้ แต่ผมจะพูดเรื่องอะไรดีล่ะนี่? สุดท้ายผมก็ทำอะไรไม่ได้เลยจึงต้องปล่อยให้มันเป็นเหมือนเดิมแบบนี้

แต่แล้วไอ้รู้สึกรำคาญกับความมืด ความร้อนและความเงียบก็ละลายหายอย่างทันตา เมื่อแสงไฟฉายของผมได้กระทบเข้ากับวัตถุบางอย่างที่อยู่ตรงหน้า มันมีรูปร่างเป็นไข่ใบโตสีขาวขุ่นสูงกว่าหัวผมนิดหน่อย ลวดลายมันเหมือนกับโดนัทที่ขนาดไม่เท่ากันวางซ้อนกันเป็นชั้น ๆ ขึ้นไป นี่มันไข่อะไรกันหว่า ทำไมถึงใบใหญ่จัง หรือว่าจะเป็นไข่ไดโนเสาร์กันเนี้ย ไม่สิไม่น่าใช่ รูปลักษณ์ของไข่น่าจะเป็นเหมือนที่ผมเคยเห็นในหนังสือ พิพิธภัณฑ์ หรือไม่ก็ในหนังที่เขาทำกันออกมาสิ เปลือกไข่ควรจะดูมีความแข็งมากกว่านี้ แต่ที่อยู่ตรงหน้าผมมันดูอ่อนนุ่นอย่างกับไข่ของพวกแมลงมากกว่า แต่จะมีแมลงโลกไหนที่ตัวใหญ่ขนาดนี้กัน

แต่เอ๊ะ......มันก็ไม่แน่นะถ้ายายนั่นเกิดปรารถนาอะไรพิเรนท์ ๆ ขึ้นมามันก็มีโอกาสที่จะเป็นไปได้ ไม่สิมันเป็นไปแล้วเสียล่ะมากกว่า แถมจำนวนของไข่ยักษ์ที่อยู่ในที่แห่งนี้ก็มีอยู่หลายสิบใบอัดแน่นเรียงแถวยาวไปกันจนผมไม่อยากจะนับจำนวนของมันเลย

“..น่ะ....นี่มันอะไรกันเนี้ย!!?” ผมเอ่ยออกมาลอย ๆ เพราะไม่อาจห้ามความสงสัยในใจตัวเองได้ ในขณะที่คุณอาซาฮินะค่อย ๆ ปล่อยมือจากแขนซ้ายผมอย่างช้า ๆ และเปิดกระเป๋าที่ถืออยู่ออก

“เคียวอึนคุงช่วยส่องไฟให้ฉันหน่อยสิคะ”

คุณอาซาฮินะขยับริมฝีปากน้อย ๆ ของเธอที่ยังสั่นเทาเล็กน้อยพูดกับผมที่กำลังจ้องมองไข่ยักษ์พวกนี้อยู่ ผมรีบหันไฟฉายที่ทางคุณอาซาฮินะที่กำลังหาของบางอย่างในกระเป๋าอยู่ ผมเห็นอุปกรณ์สามชิ้นอยู่ในกระเป๋าใบนั้น ชิ้นหนึ่งเป็นเหมือนกล้องวีดีโอ ส่วนอีกสองชิ้นผมไม่แน่ใจกับรูปทรงของมันมากนักว่ามันคืออะไร กับอีกอันคือกล่องสี่เหลี่ยมสีเงินที่มีช่องหน้าปัดจอ LCD เล็ก ๆ เหมือนกับพวกเครื่องคิดเลข หรือนาฬิกาดิจิตอล เธอหยิบกล่องสีเหลี่ยมสี่เงินออกมาจากกระเป๋าใบนั้นแล้ววางมันลงที่พื้นก่อนจะกดปุ่มเล็ก ๆ ที่อยู่ข้างกล่องพริบตานั้น หน้าจอเล็ก ๆ นั่นก็ปรากฏเลขที่เราเห็นกันจนชินตาตามนาฬิกาดิจิตอลทั่ว ๆ ไป เธอกดปุ่มอีกสอง สามปุ่ม ผมสังเกตเลขที่อยู่บนหน้าปัดมันค่อย ๆ นับถอยหลังลงเรื่อย ๆ ระหว่างนั้นคุณอาซาฮินะ ก็รีบปิดกระเป๋าและลุกขึ้นยืน

“รีบออกจากที่นี่เร็วเถอะค่ะ”

ท่าทีของคุณอาซาฮินะตอนนี้ดูจริงจังผมรู้สึกว่าอาการกลัวของเธอจะหายไปแล้วสีหน้าของ
เธอบ่งบอกได้เลยว่าเหมือนได้เอาเรื่องหนัก ๆ อกไปจากอกเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผมว่าเห็นด้วยว่ามันก็เป็นความคิดที่ดีอย่างยิ่งและควรจะปฏิบัติเสียนานแล้ว พวกเราสองคนรีบวิ่งออกจากที่แห่งนี้อย่างสุดฝีเท้า แต่อย่างหนึ่งที่ผมจะเรียกว่ารางวัลสำหรับค่ำคืนนี้ก็คงไม่ผิด ผมจับมือที่แสนนุ่มนวลของคุณอาซาฮินะตอนที่พากันวิ่งออกมาจนถึงทางออกเสียทีซึ่งมันก็คือตำแหน่งเดียวกับที่เราเข้าไปตอนแรกนั้นแหละ ผมรู้สึกโล่งใจที่ออกมาถึงพื้นผิวของโลกอีกครั้ง แต่แล้วผมก็ต้องหยุดวิ่งอย่างกะทันหันชนิดว่าเบรกเอบีเอสก็ยังจะต้องชิดซ้ายการเบรกของผม คุณอาซาฮินะที่วิ่งตามหลังผมมานั้นถึงกับชนกับหลังผมเต็ม ๆ เพราะการหยุดโดยไม่บอกกล่าวของผมนั่นเอง

“โอ้ย!!!”

เสียงร้องของคุณอาซาฮินะดังขึ้นเล็กน้อยเมื่อใบหน้าของเธอชนกับแผ่นหลังของผมเข้าไปเ
ต็ม ๆ

“หยุดทำไมกันค่ะ!!? เคียวอึนคุง!!?”

คุณอาซาฮินะถามผมด้วยเสียงที่ออกอาการประท้วงผมนิด ๆ แต่แล้วเธอก็คงได้เห็นสาเหตุที่ทำให้ผมต้องเบรกปานสายฟ้าแล่บ เพราะผมได้ยินเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความตกใจกลัวดังอยู่ข้างหูผม ในเวลานี้สิ่งมีชิวิตหรือเปล่าก็ไม่รู้ ตัวเขียว ๆ หลังตุง ๆ ที่ผมเคยเจอครั้งล่าสุดเมื่อราว ๆ สองวันก่อนได้มาดักหน้าผมอยู่ตัวหนึ่ง มันมาจากไหนกันแล้วทำไมผมต้องเจอมันในที่แบบนี้ด้วย จะว่าบังเอิญก็คงจะถี่เกินไปแล้ว สำหรับของแบบนี้

แฮ่!!!

มันส่งเสียงขู่พร้อมกับวิ่งตรงเข้ามาหาผม ตอนนั้นผมอยู่ในอาการตกใจเล็กน้อยที่เจอหน้ามันแบบกะทันหัน จนลืมเรื่องบางเรื่องไป แต่ผมก็ยังนึกอะไรได้อย่างหนึ่งในจังหวะนั้น ผมคว้ากระเป๋าจากมือคุณอาซาฮินะแล้วเหวี่ยงเต็มแรงซัดเข้าที่หน้าของมันก่อนจะคว้าแขนของคนทีมากับผมแล้วออกวิ่งอย่างเต็มสตรีม แต่แล้วผมก็ต้องหยุดอีกเมื่อพบกับไอ้ตัวแบบเดียวกันนี้ ดักหน้าอยู่อีก 2 ตัว ผมรีบพาคุณอาซาฮินะวิ่งมาอีกทาง เพราะความเร่งร้อนผมจึงไม่ได้จำว่าตัวเองวิ่งมาทางไหนแต่ผมมั่นใจว่าน่าจะวิ่งหนีเจ้าพวกนั้นได้พ้นแล้วผมก็รีบหยุดทันที เพราะการวิ่งแบบไม่คิดชีวิตของผมมันสร้างความเหนื่อยล้าให้ตัวผมไม่น้อยแต่ผลร้ายนั้นมิได้ตกอยู่กับผมคนเดียว คุณอาซาฮินะทรุดตัวนั่งคุกเข่าลงกับพื้นทันทีพร้อมกับหอบหายใจอย่างถี่มาก ผมรีบนั่งลงข้าง ๆ เธอเพื่อดูอาการ

“คุณอาซาฮินะไม่เป็นไรนะครับ”

“ค่ะ”

เธอส่งยิ้มน้อย ๆ ให้ ผมรู้สึกผิดขึ้นมาทันทีเมื่อได้เห็นสภาพของเธอตอนนี้ ที่จริงผมควรจะอุ้มหรือแบกร่างน้อย ๆ ที่แสนบอบบางนี้วิ่งหนีแทนที่จะทำแบบเมื่อกี้ดูเหมือนผมจะเลือกทางผิดไปเสียแล้ว ตอนนี้พวกเราหลุดมาจากพวกตัวประหลาดพวกนั้นได้แล้วก็จริงแต่ปัญหาต่อมาคือเราอยู่ที่
ตรงไหนนี่สิ เพราะรอบ ๆ ตัวผมตอนนี้มีแต่ต้นไม้กับต้นไม้เท่านั้น ความมืดยามราตรีก็ได้ปกคลุมโดยสมบูรณ์เสียแล้วด้วยเวลาแบบนี้ผมควรทำอย่างไรดีนะ

แต่ดูเหมือนว่าจะไม่มีจังหวะให้พักหายใจกันเลยจริง ๆ เจ้าพวกสัตว์ประหลาดตัวเขียวหลังตุงโผล่พรวดพราดออกมาล้อมพวกผมไว้จากรอบทิศทาง ให้ตายเซ๋กัดไม่ปล่อยจริง ๆ เลยพวกแกเนี้ย!!

“อาซาฮินะซัง ไม่มีอาวุธอะไรบ้างเลยหรือครับ!!!?”

ผมรีบถอยมายืนข้างเธอพร้อมกับถามคำถามนี้ เพราะพวกมันกำลังเดิมย่างสามขุมเข้ามาหาอย่างช้า ๆ เหมือนพวกหมาป่าที่เตรียมพร้อมจะขย้ำเหยื่อที่ไร้ทางหนี แน่นอนเหยื่อในที่นี้ก็คือพวกเรานี่แหละ

“เคียวอึนคุง รับนี่ค่ะ!!”

คุณอาซาฮินะโยนของสิ่งหนึ่งมาให้ผม ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่ มันมีกล้องวีดีโอติดมาด้วย นี่ไม่ใช่เวลาจะมาเก็บภาพความประทับใจนะครับคุณอาซาฮินะ.....

“คาดมันไว้ที่เอวเร็วเข้าค่ะ!!!”

ผมรีบทำตามโดยทันทีแม้จะไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ถ้ามันจะช่วยให้รอดไปได้ล่ะก็อะไรผมก็ทำทั้งนั้น

“แปลงร่าง” เสียงหวาน ๆ ของคุณอาซาฮินะดังขึ้นใกล้ ๆ หูผม แต่เธอไม่ได้พูดกับผม เธอพูดใส่อุปกรณ์บางอย่างในมือเธอ

Standing by

เสียงตอบรับนี้ดังออกมาหลังจากสิ่งที่อยู่บนมือขาว ๆ นั้น แล้วคุณอาซาฮินะก็เสียบอุปกรณ์ตัวนั้นเข้ากับกล้องวีดีโอที่ห้อยอยู่ที่เอวด้านขวาของผมทันที

Complete

พริบตานั้นเองสิ่งทีผมคาดไว้ที่เอวก็เริ่มส่องแสงออกมา เส้นแสงสีขาวก็เริ่มวิ่งออกมาจากสิ่งนั้นและไล่ไปตามแขน ขา และลำตัวของผม เหมือนกำลังวาดรูปอะไรซักอย่างพริบตาเดียวที่ผมรู้สึกเช่นนั้นหลังจากนั้นร่างของผมก็ถูกหุ้มไว้ด้วยชุดอะไรซักอย่าง ผมเข้าใจได้ทันทีว่านี่ต้องเป็นชุดต่อสู้จากอนาคตแน่นอนแต่ความรู้สึกแตกต่างจากตอนที่ผมใส่ชุดแมงป่องนั่น

มาถึงจุดนี้ผมถึงได้นึกเรื่องสำคัญออก ที่จริงผมก็มีอาวุธติดตัวอยู่แต่แรกแล้วนี่นา แล้วทำไมผมกลับลืมเรื่องสำคัญแบบนี้ไปได้นะนี่ผมโง่ใช่ไหม?

แต่เรื่องนั้นโยนทิ้งไปก่อนเถอะเพราะผมต้องจัดการกับไอ้เรื่องใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าก่อน แต่ชุดนี้มันมีอาวุธหรือความสามารถพิเศษอะไรบ้างล่ะเนี้ย? ใช่ผมควรถามเจ้าของก่อน แต่มันไม่มีเวลาซะแล้วเพราะอีกฝ่ายเขาคงไม่ชอบรอเท่าไหร่ เจ้าพวกต่างโลกต่างภพพวกนี้มันกรูกันเข้ามาแล้ว

สถานการณ์แบบนี้ผมรู้ดีเลยว่าต้องทำยังไง ผมลุกขึ้นปล่อยหมัดขวาตรงอัดหน้าอุบาทว์ ๆ ของมันเต็มแรง ได้ผล!! มันเซถอยหลังไปเลยเหมือนกัน แต่ว่าพวกที่เหลือก็ยังพากันตรงเข้ามา หนำซ้ำพวกที่อยู่ด้านหลังผมมันตรงไปเล่นงาน คุณอาซาฮินะแล้ว

ปิ้ว!!! ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ

เสียงประหลาดนี้ดังขึ้นติดกันหลายครั้งพร้อมประกายไฟพวยพุ่งออกมาจากร่างของไอ้พวกตัวประห
ลาดพวกนั้นพร้อมกับอาการกระตุก ถ้าคุณเคยเล่นเกมยิงซอมบี้ผมว่าอาการแบบนี้ก็จะคุ้นตาดี สายตาผมที่มองผ่านหมวกของชุดนี้สามารถมองเห็นในความมืดได้ชัดแจ๋ว แน่นอนผมเป็นร่างของผู้สร้างเสียงปริศนานั้นเต็มสองตา เขาใส่ชุดประหลาด ๆ หน้ากากนั่นมีท่อบางอย่างต่อออกมาจากส่วนปากทอดยาวไปด้านหลังอย่างกับชุดที่พวกทหารที่ใช้อาวุธชีวภาพใช้กันยังไงอย่างงั้น

ส่วนอกเป็นแผ่นโลหะแบนมีท่อบางอย่างติดอยู่ด้วยเหมือนกัน แขนซ้ายผมว่ามันเหมือนกับเกราะที่ผมเคยเห็นจากที่ไหนซักที่ ส่วนแขนขวาเป็นเกราะคนละแบบกับแขนซ้าย ผมไม่แน่ใจว่าส่วนแหลม ๆ ที่ยื่นออกมาที่ปลายหมัดนั้นเป็นอาวุธประชิดหรือไม่ รวมถึงท่อที่แขนขวาผมก็ไม่รู้ว่าเอาไว้ทำอะไรเช่นกัน

ส่วนมือขวาของเขาถืออะไรบางก็ซึ่งผมเดาว่ามันน่ะจะเป็นปืนแม้รูปทรงมันจะแปลกตาไปหน่อยตรงที่มันมีอะไรยื่นออกมาจากด้านข้างก็ตาม แต่ผมก็รู้สึกคุ้นตากับรูปทรงเข็มขัดที่เอวเขาเสียจริงผมไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าไม่เคยเห็นเข็มขัดรูปทรงแบบนี้ แต่ระหว่างที่ผมกำลังเพ่งความสนใจไปที่บุคคลลึกลับนั้น ผมก็เพิ่งนึกอะไรขึ้นได้

“คุณอาซาฮินะ!!”

ผมตะโกนเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่เปี่ยมด้วยความตื่นตระหนก เพราะตอนนี้เธอได้ลงไปนอนฟุบอยู่ที่พื้นแล้วผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่ผมต้องรีบไปดูเธอก่อน ใช่!!! มันต้องเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว!! เรื่องอื่นตอนนี้ช่างหัวมัน!! ผมพยายามจะวิ่งไปหาร่างของคุณอาซาฮินะให้เร็วที่สุดแต่ไอ้พวกตัวเกะกะสีเขียวพวกนี้ มันก็ช่างน่ารำคาญจริง ๆ

“ถอยไปโว้ย!!!”

ผมเริ่มอารมณ์เสียกับพวกมันเต็มทนแล้ว อาวุธของชุดนี้มันอยู่ตรงไหนไม่รู้แหละ แต่อาวุธที่มีติดตัวตั้งแต่เกิดของผมนี่ก็ใช้ได้เหมือนกันแหละน่า ใช่ผมแจกกำปั้น พร้อมกับหน้าแข้งของผมให้พวกมันกันถ้วนหน้า แต่ดูเหมือนพลังของชุดนี้จะด้อยกว่าชุดแมงป่องของผมมากนักมันจึงดูไม่ค่อยจะบาดเจ็บอะไรมาก

ในระหว่างนั้นคนลึกลับผู้นั้นก็คอยทำหน้าที่เป็นพลปืนสนับสนุนก็ยิงช่วยผมอยู่ ทำให้เกิดจังหวะที่ผมสามารถเข้าไปหาคุณอาซาฮินะที่นอนอยู่ได้ ผมรีบดูอาการเธอทันทีโชคดีที่เธอไม่มีบาดแผลอะไรสงสัยว่าเธอคงจะตกใจกลัวมากจนสลบไปเอง ถือว่าโล่งใจไปได้เปราะหนึ่งแล้ว เสียงปืนในมือของผู้ช่วยลึกลับยังคงดังสนั่นอย่างต่อเนื่องพร้อมเสียงระเบิดที่ดังตามมาติด ๆ

ผมมองเห็นกองไฟสีเขียว 3 กองอยู่เบื้องหลังผม และในขณะนั้นสิงห์ปืนไวผู้นั้นก็วิ่งเข้าหาพวกเราพร้อมกับยิงปืนในมือใส่ พวกที่เหลืออยู่ตอนนั้นผมรู้หน้าที่ของตัวเองได้โดยไม่ต้องให้มีใครมาบอก ผมอุ้มคุณอาซาฮินะที่สลบไม่ได้สติขึ้นมาแล้วหลบฉากออกมาจากตรงนั้นโดยไว

“เคียวอึนคุง อาวุธอยู่ที่เอวคุณน่ะคะ กดส่วนที่เป็นไกปืนค้างไว้แล้วพูดว่า บลาสโหมด สิค่ะ”

เสียงที่ลอดออกมาจากชุดเกราะเหล็กนั้นช่างผิดคาดนัก มันเป็นเสียงผู้หญิงแถมเธอรู้จักผมด้วย ไม่ผิดแน่นอนผมรู้จักคนที่อยู่ในชุดนี้ ใช่เธอต้องเป็นคน ๆ นั้นแน่ ผมรีบทำตามคำบอกนั้นอย่างไม่รีรอ

“บลาสโหมด!!”

Blast Mode

เสียงตอบรับดังออกมาจากอุปกรณ์ในมือผม ผมกดปุ่มที่เป็นไกปืนเพื่อจุดการทำงานของอาวุธมือผม เส้นแสงสีขาวพุ่งออกจากส่วนที่เป็นเลนส์ของกล้องวีดีโอกระทบเข้ากับเป้าหมายที่ผมเล็งไว้ในทีแรก ไม่ผิดแน่มันคือปืนเลเซอร์อย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อได้อาวุธแล้วมันก็คงไม่ต้องรีรออะไรอีก ผมกดรัวปืนกระบอกนั้นอย่างสนุกมือ แต่ว่าแล้วความสนุกนั้นก็ต้องพลันสะดุดเมื่อผมการกดยิงครั้งนี้มัน

แชะ!! แชะ!!

เสียงไม่พึงปรารถนาดังขึ้นจนได้ ผมคงรัวยิงมากไปจนพลังงานหมด แต่ทำไมกันนะไอ้ตัวเขียวแสนอัปลักษณ์ที่ผมสาดกระสุนใส่ไปจนหมดเกลี้ยงมันยังเดินกร่างเข้ามาเหมือนกับว่าไม่รู้สึกเจ็บหรือคันกับการโจมตีของผมเท่าไหร่เลย

“ดึงชิปที่เข็มขัดออกมาแล้วใส่ไปบนปืนเร็วเข้าค่ะ!!!”

ผมได้ยินเสียงของเธอคนนั้นตะโกนบอกผมอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่ตัวเธอเองก็ยังสู้ติดพันอยู่ ผมรีบดึงแผ่นที่อยู่บนเข็มขัดออกมาแล้วเสียบเข้าไปบนช่องที่ผมแน่ใจว่าคงเว้นไว้ให้เสียบสิ่งนี้แน่ ๆ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
raymiel02
เด็กอนุบาลสานฝัน
เด็กอนุบาลสานฝัน
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 11
สังกัด : SoS Brigade Space Force
Registration date : 06/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Mask Rider Haruhito   Sun Apr 22, 2007 6:36 pm

Ready

เสียงนี้ดังขึ้นทีนทีเมื่อผมเสียบชิปลงไป พร้อมกับการเลื่อนตัวออกไปของปากกระบอกปืนหรือจะเรียกว่ากล้องวีดีโอดีล่ะ? ช่างเถอะ!!! จะอะไรก็ช่าง!! ตอนนี้ไม่มีเวลาคิดเล็กคิดน้อยแล้ว

“เอ็กซีดชาร์ต!!” เสียงจากสาวผู้ช่วยชีวิตของผมตะโกนมาขณะที่ผมกดไกปืนพอดิบพอดี

Exceed Charge

เสียงตอบรับจากปืนในมือผมดังขึ้นพลังงานสีขาวเริ่มวิ่งจากเข็มขัดที่เอวผมมาที่ปืน เสียงของสัญญาณในการล็อกเป้าดังถี่ขึ้นในขณะที่หน้าจอด้านข้างของปืนกระบอกนี้ได้เปิดออกและจับเป้าหมายเอาไว้บนเป้าล็อกสีแดงเรียบร้อย ผมกดไกปืนอีกครั้งทันทีโดยไม่ต้องรอให้ใครบอก พริบตานั้นวัตถุทรงกรวยสีขาวพุ่งออกจากปากกระบอกปืน ไปหยุดเบื้องหน้าของเจ้าตัวอัปลักษณ์สีเขียว ในตอนนั้นร่างกายผมเหมือนต้องมนต์สะกดมันลุกขึ้นวิ่งและกระโดดถีบออกไปเองโดยอัตโนมั
ติ โดยที่ผมก็รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรเหมือนกัน รู้ตัวอีกทีผมก็มาโผล่ด้านหลังของมันแล้ว

ตูม!!!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นเบื้องหลังผม แน่นอนว่าผมจัดการมันไปแล้วด้วยตัวผมเอง โดยที่ผมก็ยังงง ๆ อยู่โดยไม่รู้เลยว่า เมื่อกี้ผมทำอะไรลงไปบ้าง แต่ในตอนนั้นเองเธอคนนั้นก็ได้เดินเข้าไปหาคุณอาซาฮินะที่ผมเอาไปพิงหลบไว้กับต้นไม้ใกล้ ๆ พร้อมกับค่อยย่อตัวนั่งลงกับพื้น

“ในตอนนั้นฉันเองก็สลบไปเลยไม่ได้บอกวิธีใช้สิ่งนี้ให้คุณรู้ แต่ก็ดีแล้วล่ะที่มันยังเป็นเหมือนตอนนั้น”

คำพูดที่ดังลอดออกมาจากหมวกนั้นยิ่งทำให้ผมมั่นใจได้เลยว่า ต้องเป็นเธอแน่ ๆ แต่ในขณะที่ผมกำลังจะเอ่ยปากคุยกับเธอ ร่างของผมก็เหมือนถูกอะไรหนัก ๆ ปะทะเข้าที่ท้องอย่างจัง ผมมองไม่เห็นอะไรเลย ไม่เห็นแม้แต่เงาคนที่ชกแต่ร่างของผมปลิวไปกระแทกต้นไม้ใกล้ ๆ จนมันหักโค่นลง นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกันเนี้ย!!!?

To Be Conitnue

ปล. rep. เดียวใส่ไม่หมดเลยต้องเล่น 2 Rep. น่ะครับ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
raymiel02
เด็กอนุบาลสานฝัน
เด็กอนุบาลสานฝัน
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 11
สังกัด : SoS Brigade Space Force
Registration date : 06/04/2007

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Mask Rider Haruhito   Wed May 16, 2007 9:49 pm

Mask Rider Haruhito

EP 06

ถ้านี่กำลังอยู่ระหว่างการชกมวยชิงแชมป์ล่ะก็ บอกได้อย่างชัดเจนว่าผมโดนน็อกลงไปกองข้างมุมเวทีเรียบร้อยแล้วชัวร์ป้าด เพราะตอนนี้ผมจุกจนแทบลุกไม่ขึ้นเลย ชุดต่อสู้ที่ผมใส่อยู่เมื่อกี้พลันสลายหายไปจากร่างผม เมื่อก้นผมลงกระแทกพื้น ผมเอามือจับไปที่ท้องตัวเองแล้วกุมมันเอาไว้ ตัวผมมันงอเป็นกุ้งโดยธรรมชาติโดยที่ผมไม่ต้องสั่งเลย ให้ตายสิ ถ้าไม่ติดชุดนี้ป้องกันไว้ละก็สงสัยว่าท้องผมคงได้มีรูใหญ่ ๆ ซักรูเป็นแน่ ผมเหลือบมองอาวุธที่อยู่บนมือผมด้านข้างของส่วนที่เป็นกล้องวีดีโอมีร่อยรอยความเสียหายขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ ประกายไฟฟ้าที่เกิดจากการลัดวงจรภายในส่องประกายเป็นจังหวะ ๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมชุดมันถึงถอดออก ก็เพราะมันเจ๊งไปแล้วน่ะสิ

เวลานี้ผมพูดอะไรไม่ออกจริง ๆ ขนาดแรงจะลุกขึ้นยืนก็ยังแทบไม่มีรู้สึกเจ็บแปล็บ ๆ ที่หลังด้วยนี่ถ้าชุดมันถอดเร็วกว่านี้ซักวินาทีหรือสองวินาที ผมคงได้กลับบ้านเก่าหรือไม่ก็พิการตลอดชีพไปแล้วแน่ ๆ แต่ถึงจะยังขยับตัวไม่ได้ แต่ประสาทหูกับประสาทตาของผมมันยังใช้ได้อยู่บ้าง แต่ในความมืดแบบนี้คงเหลือแต่ประสาทหูเท่านั้นแหละที่พอใช้ได้

Cast Off Change Dragon Fly

นั่นล่ะเสียงที่ผมได้ยิน มันเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้ผมก็ไม่รู้ แต่ถ้าให้เดาผมว่าเธอต้องเข้าไปต่อสู้อยู่แน่ ผมจะรอเฉยแบบนี้มันก็กระไรอยู่ ถึงอุปกรณ์แปลงร่างที่ผมได้จากคุณอาซาฮินะจะพังไปแล้วแต่ผมยังเหลืออยู่อีกอันหนึ่ง

Stand by

เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ ไต่ลงมาตามพื้นถึงจะมองไม่เห็นก็เถอะแต่ผมรู้ได้ว่ามันมาหาผมแล้ว ผมชูดาบในมือขวาของผมขึ้นอย่างไม่รีรอ

Henshin

พอชุดได้เริ่มหุ้มร่างกายผมจนทั่วทั้งร่างแล้วผมก็สามารถมองเห็นในความมืดได้อีกครั้
ง ถึงร่างกายของผมถึงจะยังไม่ฟื้นตัวดีนะ แต่ก็พอช่วยให้ผมลุกขึ้นได้พลังของชุดนี้เยี่ยมกว่าชุดที่ผมได้รับจากคุณอาซาฮินะดังที่คิดไว้จริง ๆ แต่ว่าเวลานี้ผมมองเห็นเพียงแค่คุณอาซาฮินะที่หมดสตินอนพิงกับต้นไม้เท่านั้น ผมไม่เห็นเธออีกคนหนึ่ง ผมเดาได้ทันทีว่านี่คงไม่ใช่ภูตผีที่ไหนมาเฮี้ยนสำแดงอิทธิในเวลานี้แน่ และถ้าการคำนวณของผมถูกต้องถ้าผมทำเช่นนี้ผมต้องเห็นพวกเขาแน่นอน

“Cast Off”

ผมกดหางแมงป่องบนดาบของผมให้พับลงไปพร้อมกับออกคำสั่งพริบตาเดียวเกราะสีม่วงพร้อมท่
อสีส้มที่แสนเกะกะมันก็ขยายตัวออก และดีดออกไป

Cast Off Change Scorpion

ผมรีบจับไปที่เข็มขัดสีเงินที่เอวและรูดมันอย่างไม่รอช้า

Clock Up

ผมเห็นแล้ว เธอกำลังสู้อยู่จริง ๆ ประกายแสงที่กระพริบออกจากปากกระบอกปืนในมือนั้นบ่องบอกได้ดีเลยว่า กระสุนถูกยิงออกมาถี่ยิบแค่ไหน ผมเห็นไอ้ตัวที่อัดผมกระเด็นเมื่อกี้ถนัดตาแล้วมันมีลักษณะไม่ผิดเพี้ยนกับตัวที่เคยแทงนางาโต้ตอนนั้นเลย ไม่สินี่ไม่ใช่เวลาที่เราจะมานั่งคิดเรื่องเก่า ๆ แล้ว เราต้องรีบเข้าไปช่วยสิ!!

คิดได้แบบนี้แล้ว ผมก็รีบวิ่งเข้าใส่เป้าหมายโดยไม่รั้งรอ พร้อมกำชับดาบในมือแน่น ก่อนจะฟาดดาบไปที่หลังของไอ้ตัวประหลาดนี่อย่างเต็มแรง ประกายไฟสีส้มกระจายออกมาจากบริเวณที่ผมฟาดดาบลงไปในทันทีพร้อมเสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวด ใช่แล้วมันหันควับมาหวดแขนข้างที่มีเขาแหลม ๆ ใส่ผมอย่างทันควัน แต่ว่าไม่ได้กินผมหรอก เพราะผมพลิกดาบมาบล็อกไว้ได้ทันพอดี จังหวะนั้นเสียงปืนก็ดังขึ้นอีกหลายนัดพร้อมประกายไฟที่พวยพุ่งขึ้นมาตามร่างกายอันแสนอัปลักษณ์ของเจ้านี่แล้ว ใคร ๆ ก็ต้องเดาออกแน่ว่ามันโดนอะไรเข้าไป

ใช่แล้วมันโดนรุมกินโต๊ะ ถึงมันจะดูไม่แฟร์เท่าไหร่แต่ผมก็ไม่คิดว่าใครจะมาด่าผมว่าขี้โกงหรอก เท้าของผมยันไปที่ยอดอกของมันอย่างเต็มแรง ผมถอยหลังออกไปหลายเมตร

“Rider Slash”

ปากผมมันออกเสียงไป พร้อมกับงัดหางแมงป่องขึ้นก่อนจะตบมันพับลงไปอีกครั้ง

Rider Slash

สายฟ้าสีม่วงพุ่งขึ้นจากด้ามจับดาบไหลเข้ามาที่ตัวผมก่อนจะส่งออกไปที่ดาบอีกครั้ง ละอองสีดำเริ่มแผ่กระจายออกมาจากดาบในมือผม ตอนนั้นผมตั้งท่าดาบลงมาขนาดกับเอวพร้อมหวดท่าเด็ด

Rider Shooting

ผมได้ยินเสียงนี้อยู่ไม่ไกลตัวผมเท่าไหร่ ในจังหวะที่ผมหวดดาบแรกออกไป และตามด้วยดาบสอง และ สาม ตามลำดับ ตอนนั้นก็มีลูกบอลแสงสีฟ้าอ่อนลูกใหญ่กว่าลูกบาสเก็ตบอลไล่ตามคลื่นดาบของผมไปติด ๆ การโจมตีที่ปล่อยออกไปทั้งหมดเข้าเป้าหมายชนิดไม่พลาดซักดอก เสียงระเบิดดังลั่นขึ้นพร้อมกับการสลายหายไปของไอ้ตัวพึลึกนั่นชนิดแทบจะไม่เหลือร่องรอย

Clock Over

สิ้นเสียงนี้ทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบสงัดดังเดิม

“รีบออกไปจากที่นี่กันเถอะค่ะ”

เสียงใส ๆ ที่ผมคุ้นเคยมากดังลอดออกมาจากหมวกเกราะของชุดนั้น ผมเดินเข้าไปอุ้มคุณอาซาฮินะที่ยังไม่ได้สติขึ้นมา แล้วเดินตามผู้ที่เสนอตัวเป็นผู้นำทางไปอย่างกระชั้นชิด เมื่อผมสามารถพาคุณอาซาฮินะลงมาถึงด้านล่างศาลเจ้าได้แล้ว ผมก็เห็นผู้นำทางหัวแมลงปอของเรากดอะไรบางอย่างที่อยู่ในมือ ผมไม่รู้ว่าการกระทำนั้นหมายถึงอะไร

“เคียวอึนคุง ช่วยไปสถานที่แห่งหนึ่งกับฉันหน่อยได้ไหมค่ะ?”

เสียงหวาน ๆ นั้นเชื้อเชิญผมด้วยคำพูดเดียวกับคนที่ผมกำลังอุ้มอยู่นี้ ผมชักจะมั่นใจได้แล้วว่าคนนี้เป็นใคร ผมไม่ได้ตอบอะไรแต่พยักหน้าเล็กน้อยเพื่อเป็นสัญญาณว่าผมตกลง เพียงเท่านั้นเธอก็พลันเอามือรูดไปที่เข็มขัดข้างเอวทันที

Clock Up

แต่ผมอุ้มคุณอาซาฮินะอยู่ผมจึงใช้มือรูดเข็มขัดตัวเองไม่ได้ แต่กระนั้น ผมก็ยังใช้ข้อศอกให้เป็นประโยชน์

Clock Up

ระหว่างทางผู้คนที่เดินไปเดินมาในตัวเมืองผมไม่มีทางมองเห็นพวกเราแน่ เพราะตลอดทางผมเห็นพวกเขานิ่งกันชนิดเกือบเป็นหุ่นขี้ผึ้งก็ใม่ปาน ผมตามคน ๆ นั้นมาจนถึงสวนสาธารณะตรงจุดที่ผมได้รับดาบเล่มนี้มาไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องเป็นที่นี่กันผมพอจะเดาสาเหตุได้ละว่าทำไมเธอถึงใช้วิธีนี้

ตอนนี้ผมได้วางคุณอาซาฮินะที่กำลังหมดสติอยู่ลงบนม้านั่นยาว และเดินออกมายืนประจันหน้ากับคนผู้นี้ แมงป่องน้อยบนดาบของผมกระโดดจากไปชุดของผมก็พลันสลายหายไปด้วย ในขณะที่คนที่อยู่ตรงหน้าผมก็มีบางอย่างบินจากไปเหมือนกัน ดูเหมือนว่าส่วนที่เคยเป็นลำกล้องปืนมันหายไปแล้ว เหลือไว้แต่ส่วนที่เป็นด้ามจับของปืนเท่านั้นที่ยังอยู่ในมือเธอ สาวสวยผมยาว ในชุดเสื้อแขนยาวสีขาว กระโปรงสั้นสีน้ำเงิน ใช่แล้วมันเป็นชุดเดียวกับตอนที่เธอมาพบผมในตอนนั้น ตอนที่เธอนำคำใบ้สโนว์ไวท์มาบอกแก่ผม ผมไม่เคยลืมชุดนั้น ไม่สิไม่มีวันลืมตะหาก คุณอาซาฮินะตอนโตยืนอยู่หน้าผม ผมคาดไว้ไม่ผิดจริง ๆ

“ไม่ได้พบกันเสียนานเลยนะคะ เคียวอึนคุง”

เธอพูดออกมาแบบนั้นพร้อมกับส่งรอยยิ้มที่แสนงดงามปานเทพธิดาให้กับผม แต่ว่าในตอนนั้นผมกลับไม่ได้สนใจ ความสนใจของผมพุ่งไปที่สิ่งที่อยู่ในมือของคุณอาซาฮินะ(โต) มากว่า

“คุณอาซาฮินะ ไอ้นั่นน่ะ.......” ผมเริ่มขยับปากพูดออกไป ขณะที่สายตาก็ยังจ้องไปยังมองมือข้างที่ถือของสิ่งนั้นอยู่

“หือ? นี่น่ะหรือค่ะ” คุณอาซาฮินะ(โต)ยกมันขึ้นมามองดู เหมือนกับเธอรู้ว่าผมกำลังสนใจสิ่งนั้นอยู่

“คุณให้ฉันมาเองนี่ค่ะ เดรกกริปอันนี้น่ะ” มอึ้งไปราว ๆ 0.8 วินาทีกับคำตอบที่ได้รับ

“อ๊ะ!! ตายล่ะ!! มันยังไม่ถึงตอนนั้นนี่นา โธ่พลาดอีกแล้ว!!”

คุณอาซาฮินะ(โต) เอามือเขกหัวตัวเองเบา ๆ เหมือนกับตอนนั้น ดูกี่ครั้งความน่ารักของเธอก็ไม่ได้ลดลงไปเลยซักนิด ถึงมันจะเป็นความผิดพลาดเล็ก ๆ นั่นก็ทำให้ผมพอเดาได้แล้วล่ะว่า ไอ้กระเป๋าที่ผมได้มาทั้งหมดอนาคตต่อจากนี้ผมต้องทำยังไงกับไอ้กระเป๋าพวกนี้

“เคียวอึนคุง คงได้ยินจากตัวฉันตอนเด็กเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่น่ะที่เกิดขึ้นน่ะคะ”

เธอเริ่มพูดกับผมด้วยสีหน้าจริงจังที่พยายามปั้นแต่งอย่างเต็มที่

“ครับ” ผมตอบรับอย่างสั้น ๆ และ ง่าย ๆ ในขณะที่ตอนนั้นดาบในมือผมยังไม่ถูกเก็บเข้าไป

“ฉันจะบอกคุณต่อเองค่ะ เฉพาะที่บอกได้ในตอนนี้เท่านั้นนะค่ะ เวลานี้ห้วงเวลาในอดีต หรือหมายถึงปัจจุบันของคุณได้ถูกใครบางคนแทรกแซงอย่างหนัก ทำให้อนาคตที่ฉันอยู่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ชนิดที่ว่าไม่สามารถแก้ไขให้กลับเป็นเหมือนเดิมได้ ดังนั้นในอนาคตจึงได้อนุมัติให้เปลี่ยนแปลงอดีตได้เป็นกรณีพิเศษ แต่ว่าก็ต้องอยู่ในขอบเขตที่จำกัดเพราะว่าเหตุการณ์นั้นไม่เกิดขึ้น ถึงอดีตจะถูกเปลี่ยนแปลงไปบ้างแต่อนาคตก็มีโอกาสที่จะใกล้เคียงของเดิมถึง 95%”

“เหตุการณ์นั้น เกี่ยวข้องกับฮารุฮิด้วยงั้นหรือครับ?” คุณอาซาฮินะไม่ตอบคำถามของผมเธอเอียงหลบสายตาผมเล็กน้อย

“ข้อมูลปกปิดค่ะ”

“งั้น ไอ้ตัวประหลาดพวกนั้นมันคืออะไรกันครับ หรือสิ่งผิดปกติที่ว่าก็คือพวกมัน?”

“เราเรียกพวกมันว่า เวิร์ม น่ะค่ะ ส่วนที่มาที่ไปของมันนั้นทางเราเองก็ยังไม่ทราบค่ะ”

“งั้นไอ้นี่ละครับ มันเป็นอาวุธที่มาจากยุคของคุณหรือเปล่า?” ผมยกดาบที่ถืออยู่ขึ้นมาโชว์ให้คุณอาซาฮินะ(โต)ดู

“ข้อมูลปกปิดค่ะ บอกได้แค่ว่า นั่นคือ ซาซอร์ดไยบะ หนึ่งใน Mask Rider System ส่วนสิ่งที่ใช้คู่กับสิ่งนั้นคือซาซอร์ดเซ็กเตอร์ แล้วชุดที่คุณใช้เมื่อครู่ ก็คือมาสไรเดอร์ซาซอร์ดค่ะ”

เธออธิบายชื่อของอปุกรณ์ที่ผมลืมไปแล้วให้ผมจำด้อีกครั้ง และคราวนี้ผมคงไม่ลืมอีกแน่ เพราะเสียงหวาน ๆ นั่นฝังลึกเข้าไปในสมองส่วนหลังของผมเป็นที่เรียบร้อย

“ถ้าอย่างนั้น เรื่องคราวนี้เกี่ยวข้องอะไรกับฮารุฮิ กันแน่ครับ?”

“ข้อมูลปกปิดค่ะ แต่ก็อย่างที่ตัวฉันในอดีตเคยบอกคุณนั่นแหละค่ะ”

คุณอาซาฮินะ(โต) มีทีท่าลำบากใจเหมือนกับคุณอาซาฮินะ(เล็ก) ในตอนนั้นไม่มีผิด ผมจึงไม่ถามอะไรต่อ แต่ก่อนที่ผมจะเธอจะพาตัวเธอในตอนเด็กจากไป เธอได้บอกบางอย่างกับผม

“ระวังบุคคลรอบ ๆ ตัวคุณให้ดีนะคะ เพราะเวิร์มน่ะสามารถลอกเลียนร่างของทุกคนที่มันเห็นได้ดังนั้นมันแฝงตัวจ้องเล่นงานคุณอยู่ทุกเมื่อ จากนี้ไปฉันขอฝากทุกอย่างไว้ที่คุณนะคะ เคียวอึนคุง ถึงแม้จะฟังดูเห็นแก่ตัวเกินไปแต่มีเพียงหนทางนี้เท่านั้นที่จะช่วยไม่ให้อนาคตของโลกถูกทำลายลง”

นั่นคือคำพูดสุดท้ายที่เธอบอกผมก่อนจะเดินหายไปในความมืดของยามราตรี นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นนะ คำพูดทุกคำที่คุณอาซาฮินะ(โต)บอกกับผมล้วนแต่ยังมีส่วนที่ค้างคา ผมไม่สามารถสลัดความสงสัยในใจออกไปได้ แม้แต่ตอนที่กำลังเดินกลับบ้านผมก็ยังคงคิดหาคำตอบให้ตัวเองตลอด แต่ว่าล้มเหลวสิ้นเชิง ผมไม่สามารถเข้าใจอะไรได้มากกว่านั้นแล้ว นอกจากมีสัตว์ประหลาดที่เรียกว่าเวิร์ม กับ เรื่องที่อนาคตถูกเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จนร้อนถึงเหล่านักเดินทางข้ามกาลเวลาผู้น่ารัก แล้วผมล่ะ ผมต้องทำอะไรกันแน่? ฮารุฮิเธอช่วยบอกฉันหน่อยได้ไหมว่าคราวนี้เธอปรารถนาอะไรบ้า ๆ อีก ?

เช้าวันใหม่มาถึงจนได้ กิจวัตรอย่างหนึ่งของผมตอนเช้า ๆ ก็คือต้องเดินขึ้นเขาเพื่อไปโรงเรียน อยากรู้จริง ๆ ทำไมโรงเรียนของผมถึงต้องไปตั้งอยู่ซะสูงเชียว แต่ถึงบ่นไปก็คงไม่มีอะไรดีขึ้น ดังนั้นผมจึงเลิกที่จะบ่นมัน หลังจากเดินขึ้นเขามาจนขาแข็งแรงได้ที่ ผมก็ต้องเดินขึ้นบันไดของตัวอาคารเพื่อมุ่งหน้าสู่ห้องเรียน

มือของผมจับที่ประตูและเลื่อนมันออกประตูห้องเรียนที่ผมนั่งแก่วอยู่ทุกวัน ๆ เปิดออกอย่างง่ายดาย และใบหน้าของผู้ที่จ้องมาทางผมก็ปรากฏขึ้น สายตาคู่นั้นยิงรังสีแห่งความพิโรธใส่ผมที่กำลังยืนจับประตูอยู่ผมสังหรณ์ใจไม่ดีเลยฝีเท้าของเธอก้าวเข้ามาแล้ว

“นี่ตาบ้าเคียวอึนเมื่อคืน ออกไปไหนมายะ ฉันโทรไปตั้งหลายครั้งนายก็ไม่รับสาย พอโทรไปที่บ้านน้องสาวนายบอกว่านายออกไปข้างนอก ไหนอธิบายมาสิ!!”

แจ็กพ็อต!!! บอกได้เลยว่าแจ็กพ็อตมาก ๆ ที่โดนยายเบื๊อกนี่แว้ดใส่แต่เช้า ให้ตายเถอะเธอเคยรับรู้ความทุกข์ของฉันบ้างไหม? ฉันง่วงนอนจะตายชัก แถมเมื่อคืนกลับถึงบ้านก็โดนแม่แว้ดใส่ไปทีหนึ่งแล้ว นี่ยังจะมีแถมจากเธออีกเหรอ!!? ทุกท่านคงกำลังงงใช่ไหมผมพูดถึงอะไร? งั้น โหมดย้อนอดีตทำงาน!!

หลังจากผมแยกจากคุณอาซาฮินะทั้งสองไปแล้ว ผมก็ต้องเดินกลับไปที่ศาลเจ้าอีกครั้งเพื่อไปนำพาหนะคู่ชีพของผมกลับเพราะไม่งั้นผมจะเอาอะไรปั่นมาโรงเรียนตอนเช้ากัน ใช่ผมกลับมายังจุดที่จอดจักรยานเอาไว้และขึ้นขี่มันกลับบ้าน แต่ระหว่างทางกลับนั้นไม่รู้ว่าเคราะห์กรรมอะไรของผมกันผมถึงต้องมาได้ยินเสียงนี้ด้วย

“ช่วยด้วย!!! ใครก็ได้ช่วยด้วยค่ะ!!!”

เสียงตะโกนขอความช่วยเหลือ ใช่!! แถมเป็นเสียงผู้หญิงเสียด้วยมือผมบีบเบรกจักยานโดยไว แต่ว่าขณะที่กำลังจะลงจากรถจักรยานไอ้ความคิดสองด้านของผมก็เริ่มตีกัน

เราเป็นแค่เด็กนักเรียนม.ปลายธรรมดา ๆ นะจะไปช่วยอะไรเขาได้กันล่ะ? ถ้าหากว่ามันมีอาวุธการกระทำแบบนี้อาจทำให้วันนี้ของทุกปีเป็นวันครบรอบการจากไปของผมเองก็ได้

แต่ว่าแกจะปล่อยไว้ทำไม่รู้ไม่เห็นไม่ได้นะเฟ้ย!! เขาต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนแล้วเราจะเพิกเฉยได้ยังไง?

แต่ว่านั่นเป็นหน้าที่ของตำรวจไม่ใช่เหรอ? คนธรรมดาเดินดินอย่างเราจะไปช่วยอะไรใครได้เล่า?

ไอ้บ้าเอ๊ยตำรวจไม่ใช่ซุปเปอร์แมนนะโว้ยจะได้บินแจ้นมาช่วยคนได้ทันทีที่มีเสียงเรียกน่ะ วิ่งไปเดี๋ยวนี้เลยนะไปช่วยเขาเร็วเข้า ถ้าแกไม่กล้าพอก็เลิกใส่กางเกงไปนุ่งกระโปรงได้แล้ว!!!

และแล้วความคิดด้านคุณธรรมของผมก็ชนะความเห็นแก่ตัวของผมจนได้ ผมทิ้งจักรยานโดยไม่ได้จอดให้ดีก่อนแล้ววิ่งแจ้นไปตามทิศทางที่เสียงนั้นดังมา มันไม่ห่างออกไปจากแถวนั้นเลยผมวิ่งไม่ถึงนาที ก็เจอเจ้าของเสียงแล้ว เธอเป็นผู้หญิงผมยาวชุดที่เธอใส่อยู่ผมทายว่าน่าจะเป็นพนักงานบริษัท เพราะมันเป็นชุดกระโปรงสั้นกับเสื้อแขนยาวสีขาวทั้งชุด สภาพเธอตอนนี้เดาว่าเธอคงวิ่งหกล้มลงไปแล้วยังลุกไม่ทันแน่ ขณะที่ผมเห็นหลังของใครคนหนึ่งกำลังเดินเข้าไปหาเธออย่างช้า ๆ ก่อนที่ร่างมันจะเรืองแสงและเปลี่ยนรูปร่างไป

“เวิร์ม!?”

ผมอุทานเรียกไอ้ตัวประหลาดรูปร่างมนุษย์แมงช้างออกไปแบบนั้นเพราะไม่น่าจะเป็นอย่างอื่นได้อีกแล้ว

“กรี๊ด!!!”

เธอคนนั้นกรีดร้องด้วยความตกใจเต็มที่กับความอุบาทสุดบรรยายนั่นก่อนจะฟุบลงไปกับพื้
น ผมตัดสินใจฉับพลันว่าต้องช่วยคนก่อน

Stand By

เสียงฝีเท้าเล็ก ๆ เดินถี่ ๆ ดังมาตามพื้นใช่แล้วมันวิ่งฉิวมาโน่นแล้ว ซาซอร์ดเซ็กเตอร์วิ่งมาหาผมอย่างรวดเร็วประหนึ่งรู้ใจผม มันกระโดดขึ้นมาจากพื้นลอยตัวอยู่กลางอากาศผมรีบคว้ามันไว้แล้วเสียบไปที่ดาบในมือขวาผมทันที

Henshin

พริบตาเดียวร่างผมก็สวมชุดมาสไรเดอร์ซาซอร์ดเป็นที่เรียบร้อย ผมเพิ่งนึกออกว่าไอ้ร่างที่มีท่อสีส้ม ๆ ระโยงระยางเนี้ยมันมีชื่อบอกไว้บนคู่มือเหมือนกันซึ่งผมลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ว่าตอนนี้ผมนึกออกแล้วล่ะ แต่ช่างมันเถอะนี่ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้ ผมต้องไปช่วยผู้หญิงคนนั้นก่อนผมวิ่งเข้าใส่พร้อมกับใช้ดาบในมือฟาดฟันใส่ มันทันที

แต่ว่าดาบของผมก็ดูเหมือนกระทบอะไรแข็ง ๆ แล้ว โล่!! ไม่น่าเชื่อไอ้พวกนี้มันมีอาวุธด้วยหรือเนี้ย ผมโดนมันฟาดกลับด้วยอาวุธที่ดูจะเป็นดาบก็ไม่ใช่กระบองก็ไม่เชิงจนกระเด็นไปตกที่กอง
ถุงขยะที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก น่าอายจริงดีนะ ไม่มีใครเห็นเพราะคนที่ผมจะไปช่วยสลบเหมือดไปแล้ว

ดูเหมือนว่าเวิร์มมันจะเลิกสนใจผู้หญิงแล้วเปลี่ยนมาสนใจผมแทน มันวิ่งเข้าพร้อมใช้อาวุธฟาดใส่ผม ยังดีมือผมยังไว้พอที่จะยกซาซอร์ดไยบะมากันได้ทันแต่มันก็ออกแรงกดลงมาจมผมไม่สามารถลุกขึ้นจากกองขยะนี่ได้ ผมตัดสินใจเอาเท้ายันเข้าไปที่ตัวมัน สำเร็จมันถอยออกไปแล้ว ผมสามารถลุกขึ้นได้แล้ว แรงถีบอย่างเต็มกำลังของผมทำให้เวิร์มตัวนี้กระเด็นไปติดกำแพงอีกข้างหนึ่งได้เลย

ผมอยากจะปลดเกราะหนัก ๆ นี่ออกไปแต่ก็ทำไม่ได้เพราะสถานที่ตรงนี้แคบเกินไป ถ้าหากมันดีดออกไปโดนผู้หญิงคนที่นอนอยู่ตรงนั้นบาดเจ็บขึ้นมา ผมก็มาช่วยเธอแบบเสียเปล่าน่ะสิ ผมต้องหาทางล่อมันออกไปจากตรงนี้ ใช่ ดยด่วนด้วย แต่ผมจะทำอย่างไรล่ะ?อการเคลื่อนไหวร่างกายของผมยังไม่คล่องแคล่วเท่าที่ควรจะเป็นแบบนี้ ถึงผมจะปัดป้องการโจมตีได้แต่ผมก็เอาชนะไม่ได้

การโจมตีของผมพลาดเป้าไปเพราะติดโล่นั่น อาวุธของเวิร์มกระแทกโดนอกผมเต็ม ๆ ทำเอาผมเซไปเลย ดีที่มีกำแพงอยู่ผมถึงไม่ล้มลง อาวุธของผมนอกจากดาบแล้วยังมีอะไรอีกนะ ผมพยายามคิดถึงข้อความในคู่มือที่ผมอ่านผ่าน ๆ ในคืนนั้น ใช่แล้วมาสฟอร์ม อาวุธของมาสฟอร์มมีอยู่หนึ่งอย่างที่ผมคิดว่าน่าจะตรงกับความต้องการตอนนี้ของผม เวิร์มมันวิ่งมาหาผมแล้วพร้อมเงื้ออาวุธมาด้วยกะฟาดผมให้อยู่แหง ๆ แต่ไม่มีทางหรอกเฟ้ย!!

ท่อสีส้มบนชุดของผมพุ่งออกไปรัดร่างของเจ้านี่ได้เหมือนเป็นแขนขาของผมเลย

“อยู่ละแก!!”

หลอดสีส้มพวกนั้นรัดร่างของเวิร์มไว้อยู่หมัด มันพยายามจะดิ้นหนีการพันธนาการของผม แต่ไม่มีทางซะหรอก!!

“มาทางนี้!!!”

ผมหดหลอดพวกนั้นกลับมาเต็มที่พร้อมกับใช้มือจับมันเอาไว้แน่นออกแรงกระชากเพื่อเหวี่
ยงตัวมันทั้งตัวออกไปจากพื้นที่นี้ ใช่ผมเหวี่ยงมันออกไปได้สำเร็จ แต่ผมจะเสียเวลาดีใจไม่ได้ เท้าของผมต้องออกวิ่งแล้ว มือซ้ายผมกดหางแมงป่องให้พับลง แผ่นเกราะหนัก ๆ บนตัวผมเริ่มขยายออก

“Cast Off”

Cast Off

แผ่นเกราะพวกนั้นดีดออกไปอัดกระแทกร่างของเวิร์มที่กำลังลุกขึ้นมาจนมันกระเด็นลอยขึ้น

Change Scorpion

จังหวะนี้ผมไม่รอช้ารีบรูดที่เข็มขัดทันที

Clock Up

ร่างที่กำลังจะตกลงพื้นอย่างรวดเร็วพลันช้าลง ผมงัดหางแมงป่องบนดาบของผมขึ้นและตบมันกลับลงไปทันที

Rider Slash

สายฟ้าสีม่วงพุ่งเข้าสู่ตัวดาบพร้อมละอองสีดำที่เริ่มแพร่กระจายออกมาจากใบดาบเป็นสัญญาณว่าท่าโจมตีนี้พร้อมแล้ว เมื่อผมวิ่งเข้าไปใกล้เวิร์มตัวนี้แล้ว ผมก็ฟาดใส่มัน 3 ดาบ ดาบหนึ่งตัดเฉียงลงขวา ดาบสองตัดเฉียงลงซ้าย ดาบสามตัดเข้าลำตัวด้านซ้าย ดาบนี้ผมทุ่มแรงเต็มที่หมุนตัว 180 องศาเลยทีเดียว สิ้นดาบนี้ผมก็ยืนหันหลังให้มันโดยสมบูรณ์แบบ

Clock Over

บรึ๊ม!!!!!!

เสียงระเบิดดังขึ้นตามมา ผมกำจัดมันได้ และช่วยผู้หญิงคนนั้นไว้ได้แน่นอนผมได้ทำความดีแล้ว ก็รู้สึกสบายใจแต่ว่าไอ้ความรู้สึกที่ว่านั่นมันก็บินจากไปอย่างรวดเร็วเพราะผมต้องโดนสอบปากคำกระจายหลังจากพาคุณผู้หญิงนี่ไปพบตำรวจรวมไปถึงผมต้องหาเรื่องตอแหลหลอกตำรวจที่สอบปากคำผมจนกระทั่งผมกลับมาบ้านก็น่าจะซักราว ๆ เกือบสี่ทุ่ม ผมโดนเทศนาชุดใหญ่จากแม่ ผมเหนื่อยเกินกว่าจะเช็คมือถือที่วางไว้บนโต๊ะ พอผมลงนอนก็หลับเป็นตาย แล้วพอมาตอนเช้าก็เจอแบบนี้ให้ตายสิ ทำไมพระเจ้าทำกับผมแบบนี้

To Be Conitnue
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
 
Mask Rider Haruhito
เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธเนˆเธญเธ™เธซเธ™เน‰เธฒ เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธ–เธฑเธ”เน„เธ› เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ 
เธซเธ™เน‰เธฒ 1 เธˆเธฒเธ 1

Permissions in this forum:เธ„เธธเธ“เน„เธกเนˆเธชเธฒเธกเธฒเธฃเธ–เธžเธดเธกเธžเนŒเธ•เธญเธš
REDICULOUS X WKCreative :: บริเวณลานกิจกรรม :: FICTION Library-
เน„เธ›เธ—เธตเนˆ: