ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ สมาคมไร้สาระ ที่ๆท่านควรระลึกไว้ว่าท่านจะไม่พบความมีสาระ ณ ที่นี่
 
เธšเน‰เธฒเธ™PortalliCalendarเธŠเนˆเธงเธขเน€เธซเธฅเธทเธญเธ„เน‰เธ™เธซเธฒเธชเธกเธฑเธ„เธฃเธชเธกเธฒเธŠเธดเธ(Register)เธฃเธฒเธขเธŠเธทเนˆเธญเธชเธกเธฒเธŠเธดเธเธเธฅเธธเนˆเธกเธœเธนเน‰เนƒเธŠเน‰เน€เธ‚เน‰เธฒเธชเธนเนˆเธฃเธฐเธšเธš(Log in)

Share | 
 

 Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)

เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธเนˆเธญเธ™เธซเธ™เน‰เธฒ เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธ–เธฑเธ”เน„เธ› Go down 
เน„เธ›เธ—เธตเนˆเธซเธ™เน‰เธฒ : Previous  1, 2, 3
เธœเธนเน‰เธ•เธฑเน‰เธ‡เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก
ReshaValentine
นักเรียนมัธยม
นักเรียนมัธยม
avatar

Female
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 145
อายุ : 25
สังกัด : โทโฮคลับ
Registration date : 27/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Wed Jun 27, 2007 8:32 am

มาอ่านแล้วนะคะ หนุกดีเหมือนเดิม ลงต่อเลยนะค้า~~
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://members.thai.net/animeost/index.html
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 32
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Sat Jun 30, 2007 11:35 pm

บทที่ 20
ศึกตัวต่อตัวของนักรบและนักดาบ

ฉากของห้องเริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง เมื่อแสงสีเงินที่สาดส่องขึ้นมากลางวงเวททอประกายเป็นสีแดงขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดก็กลายเป็นสีของใบไม้ร่วง ละอองของบางอย่างทอระยับเป็นประกายในอากาศ ประกายเหล่านั้นกำลังก่อตัวเป็นรูปร่างของใบไม้สีน้ำตาลอ่อนค่อยๆ พลิ้วร่วงลงสู่พื้นเบื้องล่าง เมื่อใบไม้มายาสัมผัสถูกพื้นมันก็สลายกลายเป็นแสงประกายระยับเหมือนเดิมแล้วลอยขึ้นสู่ด้านบน

พื้นห้องที่ปูด้วยหินอ่อนบัดนี้กระพริบพราวราวทางช้างเผือกสีแดงส้มที่ทอดยาวในจักรวาล คล็อดกระพริบตาถี่ด้วยความทึ่งในภาพราวกับสร้างสรรค์ของเทพเจ้าที่อยู่เบื้องหน้า

ผู้อยู่ในเหตุการณ์ทำได้เพียงแค่ยืนอ้าปากค้างในความงดงามของภาพเบื้องหน้า ในขณะที่หลายๆ คนตกอยู่ในมายาแห่งดวงดาวสีส้มก็มีเสียงอุทานของสองสามคนดังขึ้นในความเงียบสนิท “..รูปสลักมัน..”

“...” คล็อดเดินเข้าใกล้รูปสลักก่อน ดวงตาสีไพลินจ้องมองรูปสลักงดงามตรงหน้าอย่างไม่วางตา “ท่าน..”

“คล็อด!” คาเรนสะกิดที่แขนของเพื่อนชายแรงๆ จนกลาดิเอเตอร์หนุ่มน้อยต้องสะบัดหัวก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นเป็นการห้าม “อืม.. ไม่เป็นไรครับ”

“วงเวทนี้น่าจะเป็นประตูเชื่อมไปยังชั้นบนสินะครับ” กลาดิเอเตอร์หนุ่มน้อยว่าพลางสาวเท้าเข้าไปยืนกลางวงแหวนเวทมนตร์ที่ส่องแสงเรืองๆ

เมื่อเท้าทั้งสองข้างของเขาเหยียบลงในใจกลางวงแล้ว แสงสว่างสีทองก็สาดทอรอบวงอีกครั้งมันสว่างขึ้นเรื่อยๆ จนหยุดนิ่ง แล้วใบไม้สีแดงที่ทอประกายระยับที่พลิ้วไปมาในอากาศก็ลอยมาล้อมรอบตัวของคล็อด มันหมุนวนพักหนึ่งแล้วจึงลอยสวนแรงโน้มถ่วงขี้นไปด้านบน

พรึบ

ภาพของเด็กหนุ่มเลือนหายไปพร้อมกับใบไม้สีแดงที่กลับกลายเป็นประกายระยิบระยับอีกครั้งหนึ่ง

คี๊ธจ้องภาพเด็กหนุ่มที่หายไปตรงหน้าตาไม่กระพริบ ก่อนจะรวมสติแล้วอ้าปากพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงซ่อนความตื่นเต้นว่า “ไบรอัน นายไปตามลูกน้องฉันมาทีสิ บอกกับพวกนั้นรู้สึกว่าเราจะเจอทางขึ้นชั้นต่อไปแล้ว ส่วนฉันจะตามเจ้าหนูขึ้นไปสำรวจเอง”

“ได้ครับ หัวหน้าคี๊ธ แต่คนพวกนี้ล่ะครับ”

คี๊ธหันไปมองนักท่องเที่ยวจากคณะเดินทางอีก 5 – 6 คนที่ยังยืนตะลึงกับภาพมหัศจรรย์ที่เห็นกับตา ก่อนจะส่ายหน้านิดๆ “ไม่เป็นไร นายพาคุณหนูคนนี้ไปด้วยแล้วให้พวกเขารอจนกว่าทหารจะมา เข้าใจไหม”

ไบรอันพยักหน้าหงึกแล้วลากตัวคาเรนวิ่งปร๋อตรงไปยังกองดูแลที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 100 เมตร

“พวกเราไม่เป็นไรหรอกครับ หัวหน้ารีบขึ้นไปสำรวจตามสบาย แต่ว่า..” พ่อค้าคนหนึ่งเป็นตัวแทนบอกให้สองคนที่เหลือรีบตามขึ้นไปชั้นบน “ถ้าเจออะไรดีๆ ก็เอามาเล่าให้ฟังด้วยนะครับ..” ชายคนนั้นหลิ่วตาให้อย่างเป็นกันเองกับหัวหน้าผู้ดูแลโบราณสถาน

คี๊ธพยักหน้ารับแล้วเดินเข้าไปกลางประตูมนต์ที่ยังส่องแสงเรืองๆ เขาเรียกนักบวชหญิงให้เข้ามายืนในวงเวทเดียวกัน เมื่อเท้าทั้งสองคู่อยู่กลางวงมนตรา แสงสีทองก็เริ่มส่องสว่างแบบเดียวกับครั้งของคล็อด และแล้วเมื่อเหล่าใบไม้สีทองปลิวว่อนคนสองคนก็หายวับไปกับตา

...

ที่ทำการกองกำกับและดูแลโบราณสถานแห่งสหพันธรัฐแพนเกียฝั่งตะวันออก

แคทเธอรีนกับเอลีนอร์และเหล่าเด็กๆ ที่มาด้วยกันกับคณะเดินทางกำลังนั่งหาวหวอดๆ เพราะไม่เข้าใจและรู้สึกเบื่อในเรื่องราวของมัคคุเทศก์ที่กำลังสาธยายประวัติศาสตร์แพนเกียอยู่ฉอดๆ

เขายังเล่าถึงเรื่องสถานที่ที่จะได้เดินทางไปต่อว่าเป็นซากของเมืองหลวงของแพนเกียในสมัยโบราณที่ถูกทำลายลงในสมัยสงครามผลึก และสุสานของกษัตริย์และราชวงศ์ทำเป็นพีระมิดแห่งแสงซึ่งตั้งอยู่แถบตะวันออกของเมืองอาชูร่า

เอลีนอร์หลับตาหาวอีกครั้ง เธอรู้สึกเบื่ออีตามัคคุเทศก์ช่างพูดคนนี้เหลือเกินแล้ว หนังตาของเด็กสาวมันค่อยๆ หนักขึ้นเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆ ..

“อ้ากกกกกกกกกก!!!!!”

เสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังแว่วมาปลุกคนที่กำลังเคลิ้มให้สะดุ้ง ทหารและนักท่องเที่ยวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก

“อ้ากกกกก!!!!!”

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!”

“ท่าจะไม่ดีแล้วแฮะ” เจ้าตัวแสบของกลุ่มเด็กยิ้มแห้งๆ

“รีบไปดูเร็วว่าเกิดอะไรขึ้น” นายทหารระดับสูงที่แต่งกายคล้ายกับคี๊ธตะโกนสั่งการลูกน้องทันที ดูเหมือนเขาจะมีประสบการณ์กับเรื่องไม่ปกติพอสมควรเพราะท่าทีของเขาไม่ได้ตกใจและวิตกอะไรมากมาย

รองหัวหน้าพร้อมกับเหล่าทหารรักษาการณ์รีบรุดไปยังที่เกิดเหตุโดยมีกลุ่มไทยมุงวิ่งตามเป็นพรวน

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุก็พบคณะเดินทางและคนคุ้มกันนอนเกลื่อนกลาดระเกะระกะ บางคนก็บาดเจ็บสาหัสเลือดออกท่วมตัว บางคนก็หมดโอกาสที่จะร้องสักแอะเพราะตายในการโจมตีภายในครั้งเดียว บางคนก็ไม่เหลือแม้แต่คอ..

“ว้าย!” เหล่าผู้หญิงกรีดร้องออกมาอย่างตกใจ หน้าของพวกเธอเริ่มซีดเผือด

ไบรอันพยายามช่วยคนเจ็บโดยเอาขวดยาน้ำโพชั่นสีเขียวเรืองแสงกรอกเข้าปากคนที่ท่าทางจะรอด ส่วนคาเรนก็พยายามใช้เวทของตัวเองดึงเอาวิญญาณคนใกล้ตายไว้ยังไม่ให้ออกจากร่าง เพราะถ้าวิญญาณออกจากร่างเมื่อไหร่นั่นก็หมายถึงความตาย แม้จะตามตัวมหาสังฆราชขาวหรือเทพมารักษาก็ไม่อาจช่วยได้

“ใครเป็นหมอช่วยหน่อยครับ เร็ว!!!” คนตะโกนยังคงง่วนอยู่กับการป้อนยารักษาให้กับคนเจ็บ

แล้วผู้หญิงคนหนึ่งก็วิ่งออกมาพร้อมกับขวดยาโพชั่นหลากหลายสีสันหลายขนาดที่ควักออกมาจากกระเป๋าสะพาย “ฉันมียาค่ะ”

“พวกแกมัวทำอะไรอยู่ทำไมไม่ตามหมอประจำหน่วยมาเร็วสิ!!!” รองหัวหน้าหน่วยตะโกนสั่งทหารคนหนึ่งให้วิ่งไปตามหมอซึ่งเมื่อได้ยินทหารนายนั้นก็รีบวิ่งปราดตรงไปยังที่ทำการโดยเร็ว

“ใครมียาก็มาช่วยกันหน่อยสิคะ อย่ามัวยืนนิ่งเป็นหุ่น คนนี้ท่าทางจะไม่รอดแล้ว เราต้องให้เขารอดก่อนจะถึงมือหมอนะ!!” คนเงียบที่สุดทนไม่ได้บ่นออกมาดังๆ

“เร็ว! ช่วยคนเจ็บก่อน!!”

เหตุการณ์ที่ลานชั้นล่างของฟอลล์รูนวุ่นวายสับสนไปหมด ภาพโลหิตสีแดงเปรอะเปื้อนกำแพงผนัง บางส่วนไหลเจิ่งนองย้อมพื้นหินอ่อนจนแทบเป็นทะเลเลือด ภาพผู้คนกำลังช่วยป้อนยาคนเจ็บ หมอและนักบวชกำลังใช้มนต์แสงสว่างรักษาอาการบาดเจ็บ ผู้คนที่ยืนเอาใจช่วยอยู่รอบๆ ข้างด้วยความลุ้นระทึก!!
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 32
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Sat Jun 30, 2007 11:35 pm



ฟอลล์รูน หอคอยแห่งฤดูใบไม้ร่วงชั้น 3

เมื่อเด็กหนุ่มลืมตาขึ้นอีกครั้ง ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือลำแสงที่ส่องมาจากตรงกลางเพดานรูปกลมที่ตรงกลางเป็นกระจกให้แสงลอดผ่านเหมือนกับชั้นล่างสุดและชั้น 2 หากแต่ชั้นนี้กลับเป็นแค่ระเบียงไม่กว้างมากยื่นล้ำออกมาจากผนังที่ยังมีภาพสลักปรากฏให้เห็นได้เป็นช่วงๆ ฝั่งตรงข้ามเป็นบันไดที่ตรงขึ้นไปสู่ชั้นเหนือกว่า

ระหว่างที่เผลอมองไปรอบๆ ตัวเขาก็รู้สึกว่าได้ยินเสียงเดิมดังก้องขึ้นมาอีก

[คล็อด... รีบมาสิ.. รีบมา.. ข้ารออยู่.. รอที่จะได้พบอีกครั้ง..]

เขาหลับตาแล้วสั่นหัวจนจับสัมผัสแผ่วเบาของน้ำหนักมือที่ถูกวางไว้บนไหล่ซ้าย

“คล็อด.. เราขึ้นไปสำรวจกันเถอะ” แครอลที่ตามขึ้นมาพร้อมกับคี๊ธนั่นเอง

คี๊ธยิ้มบางๆ ก่อนจะขยิบตาให้ แล้วเริ่มย่างเท้าออกเดินไปตามระเบียงวนของหอคอยชั้นสามที่รายล้อมลำแสงสีน้ำตาลแดงกลางห้อง

ชั้นถัดมาเป็นห้องกว้างแทบไม่ต่างกับชั้นล่างสุด ยังคงมีบันไดเวียนที่จะนำขึ้นไปสู่ชั้นต่อไป แต่สิ่งที่น่าสะดุดตาคือภาพสลักนูนต่ำสีสันสวยงามที่สลักอยู่รอบๆ ผนัง ฐานล่างของต้นเสาหินอ่อนถูกสลักไว้เป็นรูปนักรบถือป้ายขนาดใหญ่จารึกด้วยตัวอักษรของภาษาภาษาหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะเป็นภาษาสากลของเทียร่า

“ภาษาสากล?” ทั้งสามคนเข้าไปมุงดูอยู่ที่จารึกของเสาต้นที่อยู่ใกล้ทางขึ้นมากที่สุด

“ดูเหมือนจะเป็นเนื้อเรื่องส่วนหนึ่งของสงครามผลึกนะ เหมือนกับรูปสลักนูนต่ำที่ข้างฝา” แครอลพูดพลางใช้นิ้วมือลูบๆ ไปตามร่องหินที่เกิดจากการใช้ลิ่มสลักเข้าไปในเนื้อหินอ่อนสีขาวสะอาดทีละนิดจนได้ภาพสลักที่สวยงามและพิถีพิถัน

“เอ.. ทำไมเขาต้องปกปิดทางขึ้นนี่ด้วยล่ะ ถ้ามันมีแต่บันทึกประวัติศาสตร์กับรูปสลักพวกนี้ อาจมีอะไรที่สำคัญมากเก็บอยู่ข้างบนสุดนั่นก็ได้นะ” หัวหน้ากองกำกับและดูแลโบราณสถานเริ่มเอะใจ
“มันคืออะไรกันนะ…”

ดวงตาสีฟ้าของแครอลหรี่ลง “หรือว่า.. มันจะเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในสงครามศักดิ์สิทธิ์”

ทุกอย่างเงียบไปชั่วอึดใจหนึ่ง ชายผมแดงตาเบิกโพลงแล้วพูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก “หรือว่าจะเป็นผลึกมานา”

[..คล็อด.. มาสิ.. มารับมันไป.. สิ่งที่เจ้าสมควรได้.. ของๆ เจ้า.. มารับมันสิ..]

กลาดิเอเตอร์หนุ่มน้อยสะบัดผมสีทองบลอนด์แล้วหยีตาลงหวังไล่เสียงประหลาดให้หายไปจากหัวให้ได้ หากแต่ไร้ผลเสียงยังคงดังต่อไป

[นี่.. คล็อด.. เจ้าคิดถึงข้าไหม?..]

คราวนี้เขาใช้มือปิดหูทั้งสองข้างไว้แน่นสนิท แต่ก็ยังคงไร้ผล เสียงหวานนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหัวให้ได้ยิน

[ข้าคิดถึงเจ้านะ.. คิดถึงมาก.. คิดถึงมากจริงๆ เจ้ารู้หรือเปล่า..]

“คล็อด/เจ้าหนู” สองคนที่กำลังเดินขึ้นบันไดเวียนหันมาเรียกคล็อดพร้อมกัน ดวงตาสีไพลินของเด็กหนุ่มมองกลับมาแล้วยิ้มบางให้ก่อนที่จะเดินตามสองคนขึ้นไปยังชั้นถัดไป

“ท่านเป็นใครกันแน่?” เสียงแผ่วเบาดังออกมาจากปากของเด็กหนุ่มเจ้าของผมสีบลอนด์

ชั้น 5 ของหอคอยดูแตกต่างจากชั้นอื่นๆ มากนักเพราะส่วนที่ดูเหมือนว่าจะเป็นทางขึ้นสู่ชั้นถัดไปถูกกั้นไว้ด้วยกำแพงหินอ่อน และประตูบานมหึมาที่ยังปิดสนิท หน้าประตูมีรูปสลัก ของคนสองคน คนทางซ้ายเป็นสตรีในชุดของนักรบวาลคีรีย์ <Valkyrie> ทางขวาเป็นบุรุษในชุดของอัศวินชั้นสูง <Lord> หากแต่ลำแสงสีน้ำตาลแดงกลางห้องที่เป็นเอกลักษณ์ของหอคอยนี้ก็ยังคงมีให้เห็น

“ราเวน เฟนเรียส.. ซีรีน เฟนเรียส.. ใครกัน?” เสียงแสดงความสงสัยของคี๊ธดังขึ้นหลังจากที่เขาชะโงกหน้าไปอ่านจารึกที่ใต้ฐานของรูปสลักทั้งสอง

“ราเวน.. ซีรีน..?” คล็อดพึมพำขึ้นกับตัวเองแผ่วเบา เขารู้สึกคุ้นกับชื่อทั้งสองนี้มาก โดยเฉพาะชื่อซีรีนที่หมายถึงความสงบ ชื่อนี้ทำให้เขารู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนและอบอุ่น อยู่ๆ เขาก็นึกถึงเสียงหวานของผู้หญิงลึกลับที่ดังขึ้นให้ได้ยินแทบตลอดเวลาตั้งแต่ก้าวเท้าเหยียบเข้ามาทีนี่

แครอลใช้นิ้วชี้แตะที่ริมฝีปาก “ไม่เคยได้ยินชื่อของสองคนนี้เลยนะ..”

“..สองคนนี้เป็นบุคคลที่ถูกลืมเลือนไปจากประวัติศาสตร์..” คี๊ธเปล่งเสียงอ่านตามรอยจารึกอักษรแกะสลักที่ฐานของรูปสลักรูปหนึ่ง ก่อนที่จะเงยหน้าพินิจมองรูปปั้นแกะสลักทั้งสองอย่างถี่ถ้วนแล้วพูดขึ้นลอยๆ “..จะว่าไป.. รูปสลักนี้ก็มีส่วนคล้ายเจ้าหนูเหมือนกันนะ..”

นักบวชขาวหันมามองหน้าคล็อดแล้วทำหน้าครุ่นคิด “อืม.. ก็คล้ายนะ”

[คล็อด.. เจ้าจำข้าไม่ได้อย่างนั้นหรือ.. ทั้งๆ ที่ข้าคิดถึงเจ้ามากขนาดนี้..]

แล้วเด็กหนุ่มก็พึมพำออกมาด้วยเสียงแผ่วเบา “ท่านแม่?..”

“อ้ากกกกกกกกกก!!!!!”

“อ้ากกกกก!!!!!”

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!!!” เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนดังมาจากด้านล่างของหอคอย ทั้งสามคนหันมามองหน้ากันแล้วเตรียมรับสถานการณ์ผิดปกติ

“ท่าทางไม่ค่อยดีแฮะ..” ชายหนุ่มผมแดงเริ่มทำหน้าไม่ไว้วางใจ

ก่อก ก่อก ก่อก..

พลันโสตก็จับเสียงฝีเท้าแว่วมาจากด้านทางลงบันได เสียงนั้นก้องกังวานเป็นระยะๆ หันไปมองอีกสองคน ก็ดูเหมือนว่าคงได้ยินเหมือนกัน บัดนี้คี๊ธชักดาบคู่มือออกมาจากฝักเตรียมถือไว้ในมือเรียบร้อยแล้ว แครอลก็กุมคทาในมือเตรียมร่ายมนต์ ส่วนเขาก็เรียกหอกอัสนีน้ำเงินมากระชับไว้ในอุ้งมือ

[คล็อด.. ระวัง..]
เสียงเตือนของหญิงสาวออกจะหวั่นไหว คล็อดสัมผัสสายลมแผ่วเบาและอ่อนโยนที่ล้อมรอบตัวได้ เขายิ้มรับแล้วพยักหน้า “...”

ก่อก ก่อก..

เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เท่าที่คล็อดฟังดูมันมีอยู่เพียงคู่เดียว และนั่นไม่น่าจะเป็นพวกคณะเดินทางคนใดคนหนึ่งตามขึ้นมาแน่ เนื่องจากกลิ่นคาวเลือดจางๆ มันโชยมาจากทางต้นเสียงด้านล่าง

สายตาทั้งสามจับจ้องอยู่กับประตูทางขึ้นนิ่ง ไม่นานเจ้าของฝีเท้าก็ปรากฏกายขึ้น!!

บุรุษผู้นั้นมีผมสีแดงเพลิงไม่ต่างจากคี๊ธ ดวงตาข้างหนึ่งถูกผมปรกบังไว้แต่ดวงตาสีแดงโลหิตอีกข้างกลับทำให้ทั้งสามคนขนลุก เขาทั้งสองข้างสีดำสนิทเป็นมันเหมือนเขาของสัตว์ยักษ์เบเฮมอทชี้ไปข้างหลัง ใบหูมังกรสีม่วงโผล่แพลมออกมาเห็นได้ชัด ที่หน้าผากคาดด้วยผ้าผูกผมสีแดงสด

“มังกรอสูร..” คี๊ธพึมพำออกมาเบาๆ แต่ในความเงียบอึดอัดเช่นนี้มันกลับกังวานได้ยินทั้งห้อง

เขาแต่งกายด้วยชุดผ้าบางเบาคล้ายจอมยุทธ์ ชุดเสื้อสีน้ำเงินเล่นสีตัดกับสีแดงของกระเป๋าเสื้อและของตกแต่ง แขนเสื้อด้านขวาสั้นกุด แต่ด้านซ้ายกลับปล่อยยาวเหมือนชุดจีน มือขวาที่ใส่ถุงมือหนังสีน้ำเงินกุมดาบเล่มสีแดง มือซ้ายถือดาบเล่มสีน้ำเงิน เท้าที่สวมรองเท้าบู๊ตที่ประหลาดเพราะสองข้างไม่เหมือนกันค่อยๆ ก้าวเข้ามาช้าๆ ใบหน้าของนักดาบคู่<sword master> คนนี้ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

“หลีก..” นักดาบชาวมังกรอสูรพึมพำเบาๆ

“...” เขาก้าวเท้าอย่างรวดเร็ว พลางตวัดดาบคู่แดงฟ้าทั้งสองเล่มฟันเปะปะ

พริบตาเดียวเขาก็ไปอยู่ข้างหลังของทุกคนพร้อมกับ เก็บดาบทั้งสองเล่มเข้าฝักที่ไขว้เป็นกากบาทกลางหลัง

กริ๊ก..

สิ้นเสียงดาบถูกล็อคเข้ากับฝักดาบ ทั้งสามคนก็ทรุดตัวลงนั่งหมอบกับพื้นพร้อมกับรอยบาดแผลเล็กน้อยคนละหลายแห่ง คี๊ธและแครอลครางโอยออกมาเบาๆ พร้อมกับส่งสายตาจ้องไปยังนักดาบลึกลับ

“ข้าเตือนแล้วให้หลีก.. ทีน่าจัดการต่อให้ข้าทีสิ ขี้เกียจฆ่าพวกไม่ได้เรื่อง เมื่อกี้จัดการไปเยอะแล้ว ไม่สนุกเลย” นักดาบหนุ่มพูดขณะที่ยังหันหลังให้ศัตรู

“งั้นทำให้พวกมันเคลื่อนไหวไม่ได้ก็คงพอนะ ข้าก็เบื่อเหมือนกันรวินน์” เสียงผู้หญิงดังมาขึ้นจากพื้นห้อง แล้วเงาของรวินน์ก็ยืดยาวออก หญิงสาวเผ่าปีศาจก็ค่อยๆ ผุดขึ้นมาจากเงาของนักดาบคู่

ทีน่านั่งคุกเข่าข้างหนึ่งก่อนที่เธอจะหายตัวไปโผล่ที่ด้านหลังของคล็อด เธอใช้นิ้วชี้และนิ้วกลางจิ้มลงบนพื้นทันที “ชาโดว์ เบรก(Shadow Break) ”

คล็อดรู้สึกเหมือนถูกเข็มทิ่มไปทั่วตัว แขนขาก็ไม่สามารถขยับได้ดังที่สมองสั่งการเหมือนกับถูกมัดไว้ด้วยด้ายที่มองไม่เห็น เขาใช้นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองหญิงสาวนิ่ง

เธอไว้ผมแสกกลางยาวถึงกลางหลัง เรือนผมทั้งหมดเป็นสีบลอนด์ดูพลิ้ว ดวงตาสีแดงสดฉายแววรั้น มีใบหูที่มีลักษณะเหมือนปีกของค้างคาว ผิวขาวเหมือนกับหิมะ ชุดสีม่วงอ่อนดูคล้ายชุดนินจาชั้นสูงที่เป็นเอกลักษณ์ของนักฆ่า <Assasin> ทำให้เธอดูกระฉับกระเฉง ผ้าพันคอสีน้ำเงินเข้มยาวโบกน้อยๆ สะพายดาบซึ่งดูเหมือนจะเป็นดาบซามูไรไว้ที่สะโพก เธอยิ้มบางๆ ให้คล็อดก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มเหยียดและดวงตาเป็นประกายแดงจัดดุจปีศาจร้าย

“ชอบข้ารึไงมองอยู่ได้” คำพูดที่ออกจากปากกับรอยยิ้มสวยมันคนละเรื่องเลย คล็อดเม้มปากคิดในใจถึงความร้ายกาจของหญิงสาวตรงหน้า

“ทีน่า เราไปต่อกันเถอะ..” รวินน์เดินต่อไปโดยไม่คิดสนใจสามคนที่ถูกตรึงไว้ด้วยคาถาพันธนาการเงาของทีน่า

“บ้าจริง ทำไมต้องให้เรามาหาไอ้หินบ้าอะไรด้วยเนี่ย อีตานั่นน่ะ น่าหมั่นไส้ชะมัด!!” ทีน่ากัดฟันแล้วเตะเข้าที่สีข้างของคี๊ธระบายอารมณ์แล้วเดินตามรวินน์ขึ้นไป

สักพักกลาดิเอเตอร์หนุ่มน้อยก็ได้ยินเสียงประตูลั่นครึก เด็กหนุ่มคาดเดาว่าผู้บุกรุกทั้งสองคนคงสามารถเปิดประตูขึ้นไปชั้นบนได้เรียบร้อยแล้ว

[คล็อด... ได้โปรด.. หยุดสองคนนั้นไว้ที.. ได้โปรด..]

“ท่าน.. แม่..?” เด็กหนุ่มรู้สึกตัวอีกทีก็ถูกโอบล้อมไว้ด้วยกลุ่มพลังงานที่อ่อนโยน เขาสามารถขยับตัวได้เหมือนเก่าจึงรีบลุกขึ้นวิ่งตามขึ้นชั้นบนไป แต่ก่อนจะไปเขาตะโกนบอกสองคนที่ยังขยับไม่ได้ “ผมจะตามสองคนนั้นขึ้นไปนะครับ”

คล็อดพบว่าหอคอยชั้นบนสุดเป็นห้องกว้างมีช่องลมเปิดโล่งแทนหน้าต่าง พื้นห้องเป็นหินอ่อนสีเทาหม่น แต่สิ่งที่อัศจรรย์ที่สุดคือ รูปสลักนางฟืที่กำลังโอบอุ้มของสิ่งหนึ่ง มันเป็นผลึกทรงเหลี่ยมสีหน้า มีสีเหลืองเข้มเหมือนสายฟ้าส่องแสงสีทองสว่างวูบวาบไปทั่วทั้งห้อง ภายใต้รูปสลักที่ลอยอยู่เหมือนไร้น้ำหนักเป็นช่องรูปกลมที่ให้แสงผ่านส่องลอดกระจกลงไปจนถึงชั้นล่างสุด นี่คือความลับของแสงที่ส่องอยู่กลางห้องของทุกชั้น

เขามาทันก่อนที่ผลึกนั้นจะถูกมือของนักดาบคู่เผ่ามังกรอสูรคว้าไป

“หยุดนะ”
เด็กหนุ่มตะคอกสั่ง สองคนชะงักเล็กน้อยมองมาด้วยท่าทางสงสัย

“ไอ้หนู! แกหลุดจากพันธนาการเงาของข้าได้ไง?” ทีน่าตะโกนถามอย่างตกใจ แต่รวินน์กลับใช้มือซ้ายบังเอาไว้เป็นเชิงห้าม

“ข้าจะ ‘เก็บ’ มันเอง ท่าทางจะเล่นสนุกพอฆ่าเวลาได้” เขาพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา ก่อนที่ชักดาบทั้งสองออกจากฝัก “ดาบคู่แดงฟ้า เอเซอร์-มินเลี่ยน”

คล็อดกระชับหอกอัสนีน้ำเงินในมือแล้วพุ่งเข้าไปแทงด้วยระยะโจมตีที่ยาวกว่า แต่รวินน์ก็ใช้ดาบแดงในมือขวาปัดมันออกอย่างง่ายดาย เขาใช้ดาบฟ้าในมือขวาฟันซ้ำลงมาที่ไหล่ของคล็อด

เขาเบี่ยงตัวหลบออกห่างแต่นั่นก็ยังห่างไม่พอ
โพละ!!

เกราะไหล่สีน้ำเงินด้านขวากระเด็นออกไปเป็นอย่างแรกก่อนจะตามมาด้วยเข่าของนักดาบคู่ที่อัดกระแทกเข้าใส่เต็มท้อง กลาดิเอเตอร์หนุ่มน้อยกระเด็นออกไปทรุดนั่งอยู่ห่างๆ เขาทำได้แต่กัดฟันกรอด ปกติแล้วด้วยระยะการโจมตีที่กว้างกว่าของหอกน่าจะทำให้ได้เปรียบอาวุธโจมตีประชิดอย่างดาบ แต่ทว่าด้วยความเร็วของนักดาบชาวมังกรอสูรกลับทำให้ความได้เปรียบนี้หายไป

คล็อดพุ่งเข้าหาอีกครั้งแล้วกระหน่ำแทงหอกใส่ไม่ยั้ง แม้ว่าจะเร็วขึ้นสักเท่าใดรวินน์ก็ดูเหมือนว่าจะหลบได้อย่างสบาย นั่นยิ่งทำให้เขากุมหอกแน่นและเพิ่มความเร็วขึ้นไปอีก

กลาดิเอเตอร์หนุ่มน้อยฟาดหอกไปที่เท้าทั้งสองของนักดาบคู่ แต่รวินน์ก็กระโดดตีลังกาหลบแล้วถีบพลั่กให้ที่หน้าท้องของคล็อดหลายที เด็กหนุ่มเสียหลักเซไปข้างหลังรวินน์จึงพุ่งสวนกลับมาเป็นฝ่ายรุกบ้าง ดาบแดงวาดมาก่อนทางขวา ตามด้วยดาบฟ้าพุ่งตรงเข้ามาทางซ้าย ซ้าย ขวา ขวา ซ้าย ซ้าย ขวา ขวา เร็วขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมาอยู่ในระยะประชิดความได้เปรียบก็ตกเป็นของนักดาบคู่ซึ่งมีความคล่องตัวกว่า

ทีน่าที่จับจ้องการปะทะอยู่ตลอดหาวหวอด “รวินน์.. ข้าเบื่อแล้วนะเอาจริงซะที..”

ทันทีที่หญิงสาวพูดจบความเร็วของรวินน์ก็เพิ่มขึ้นจนคล็อดไม่สามารถใช้หอกกันได้ทั้งหมด เขาจู่โจมด้วยดาบทั้งคู่ได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนว่าเป็นมือข้างหนึ่งของตัวเอง แต่ละดาบยิ่งฟันก็ยิ่งรวดเร็วและหนักหน่วง

“อึก...”

เกราะหลายส่วนเริ่มแตกหักเพราะความแรงของดาบทั้งสองที่มาปะทะ แม้แต่ผิวหนังก็ยังเริ่มมีเลือดไหลซึมออกมาเป็นสายน้ำ คล็อดกัดฟันกรอดแล้วฝืนจู่โจมต่อไปเรื่อยๆ

เคร้ง.. เคร้ง..

ดาบแดงปัดหอกสีน้ำเงินกระเด็นไปอยู่ด้านหลัง ดาบฟ้าก็กำลังจ่อคอของนักรบกลาดิเอเตอร์ เขาแยกเขี้ยวก่อนที่จะผลักดาบสีฟ้าให้ห่างตัว

คล็อดล้มตัวลงเตะที่เท้าของนักดาบที่ไม่ทันระวังตัวล้มลงแล้วกระโดดไปคว้าหอกกลับมาซึ่งก็พอดีกับที่รวินน์ลุกขึ้น เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยในความประมาทของตัวเอง แล้วพุ่งตัวไปข้างหน้าง้างดาบคู่ทั้งสองเล่ม

กลาดิเอเตอร์หนุ่มหันกลับมาพร้อมง้างหอกที่เรืองแสงสีแดง “เวพอน เบรก (Weapon Break)”

ดาบของรวินน์ก็เรืองแสงสีแดงและสีฟ้า ริมฝีปากของนักดาบคู่ขยับขึ้นลงช้าๆ เปล่งเสียงแผ่วเบาออกมา
“แฟลร์ ฟรีซเซอร์(Flare Freezer)”

ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ!!

รวินน์ ฟันดาบสีฟ้าลงไปที่กลางลำตัวของคล็อดหนึ่งทีแล้วหมุนตัวฟาดดาบแดงใส่สีข้างอีกด้าน ก่อนที่จะพุ่งเข้าฟันด้วยดาบทั้งคู่ รวินน์หันหลังกลับแล้วเสียบดาบสองเล่มเข้าฝักที่พาดกดไขว้กันเหมือนกางเขน เสียงกริ๊กดังขึ้นเบาๆ เมื่อตัวดาบถูกล็อคเข้ากับฝักดาบอย่างพอดี กลาดิเอเตอร์หนุ่มน้อยทรุดตัวลงไปนั่งท่าคุกเข่า น้ำแข็งเริ่มเกาะตามบาดแผลที่เกิดจากรอยดาบของรวินน์ และค่อยๆ ลามไปทั่วร่าง

“จงหลับอย่างนิรันดร์ภายในเพลิงน้ำแข็งของข้า...” น้ำเสียงเย็นชาและเย้ยหยันของรวินน์คือสิ่งสุดท้ายที่เขาได้ยินก่อนสติสัมปชัญญะจะดับวูบลง เหมือนเปลวเทียนที่ริบหรี่ นี่หรือความตาย.. ทุกอย่างมันมืดมิดไปหมด!!


เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
ReshaValentine
นักเรียนมัธยม
นักเรียนมัธยม
avatar

Female
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 145
อายุ : 25
สังกัด : โทโฮคลับ
Registration date : 27/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)   Sat Jul 07, 2007 8:25 pm

ยังขี้เกียจจะอัพเดทลิส แต่มาอ่านแล้วนะคะ *-*
หนุกดีค่ะ
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://members.thai.net/animeost/index.html
 
Tierra Chrono Mirror (20แล้ว)
เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธเนˆเธญเธ™เธซเธ™เน‰เธฒ เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธ–เธฑเธ”เน„เธ› เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ 
เธซเธ™เน‰เธฒ 3 เธˆเธฒเธ 3เน„เธ›เธ—เธตเนˆเธซเธ™เน‰เธฒ : Previous  1, 2, 3

Permissions in this forum:เธ„เธธเธ“เน„เธกเนˆเธชเธฒเธกเธฒเธฃเธ–เธžเธดเธกเธžเนŒเธ•เธญเธš
REDICULOUS X WKCreative :: บริเวณลานกิจกรรม :: FICTION Library-
เน„เธ›เธ—เธตเนˆ: