ยินดีต้อนรับทุกท่านสู่ สมาคมไร้สาระ ที่ๆท่านควรระลึกไว้ว่าท่านจะไม่พบความมีสาระ ณ ที่นี่
 
เธšเน‰เธฒเธ™PortalliCalendarเธŠเนˆเธงเธขเน€เธซเธฅเธทเธญเธ„เน‰เธ™เธซเธฒเธชเธกเธฑเธ„เธฃเธชเธกเธฒเธŠเธดเธ(Register)เธฃเธฒเธขเธŠเธทเนˆเธญเธชเธกเธฒเธŠเธดเธเธเธฅเธธเนˆเธกเธœเธนเน‰เนƒเธŠเน‰เน€เธ‚เน‰เธฒเธชเธนเนˆเธฃเธฐเธšเธš(Log in)

Share | 
 

 MeteorA Online Chapter 11+12 by Woratana

เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธเนˆเธญเธ™เธซเธ™เน‰เธฒ เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธ–เธฑเธ”เน„เธ› Go down 
เธœเธนเน‰เธ•เธฑเน‰เธ‡เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก
woratana
ผู้คุมอำนาจแห่งบอร์ด
ผู้คุมอำนาจแห่งบอร์ด
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 28
อายุ : 26
สังกัด : MeteorA RPG
อาชีพ : the Novelist
ความสนใจ : Fiction
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: เทพ
อาชีพ: นักดาบ

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: MeteorA Online Chapter 11+12 by Woratana   Fri Jun 01, 2007 12:43 pm

Stage_11 Virtual Combat

แสงแดดที่ส่องผ่านม่านสีครีมปลุกให้เวทย์ตื่นขึ้น เขาขยี้ตาก่อนจะมองไปรอบ ๆ แล้วพบว่ามีสิ่งของมากมายตกกระจายเกลื่อนพื้น แม้แต่ถ่านในนาฬิกาปลุกก็กระจายออกมา

‘ฝีมือใครกันนะ แย่จริง ๆ นิสัยแบบนี้น่าจะโดนฟ้าผ่าตายไปซะ’ เขานึกแช่งด่าคนทำทั้งที่ยังงัวเงียอยู่

เด็กหนุ่มนั่งนิ่งบนเตียงไม่ขยับไปไหน ความเกียจคร้านในวันหยุดแทบทำให้เขาไม่อยากตื่นขึ้นมาด้วยซ้ำ ครู่หนึ่งสติของเขาก็เริ่มเข้าที่ ภาพเหตุการณ์เมื่อคืนย้อนกลับมาเป็นฉาก ๆ

“...” เขายิ้มแหย ๆ รู้สึกแสบ ๆ คัน ๆ ที่คำแช่งเมื่อครู่ย้อนกลับมาโดนตัวเองเข้าเต็ม ๆ

‘ฝีมือเราหรอกเหรอ..’

ไม่ทันที่เด็กชายจะลุกขึ้นเตรียมเก็บกวาดห้อง ประตูก็เปิดออกพร้อม ๆ กับที่นอร์ทยื่นหน้าเข้ามา

“เวทย์ รีบไปล้างหน้าแล้วออกมาข้างนอกนะ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย”

เด็กหนุ่มพยักหน้า ในใจคิดว่าเรื่องที่คุยคงหนีไม่พ้นเหตุการณ์โกลาหลเมื่อวาน แต่เขาเองก็จำเรื่องไม่ได้ทั้งหมด เหตุผลที่เขาขว้างของใส่ชายแปลกหน้านั้นเขานึกไม่ออกจริง ๆ

พี่ชายแอบยิ้มก่อนจะปิดประตูออกจากห้องไป ปล่อยให้เวทย์เดินกึ่งกระโดดข้ามสิ่งของบนพื้นเพื่อเข้าห้องน้ำ

กระจกบานใหญ่ตั้งอยู่เหนืออ่างล้างหน้าพอดิบพอดี เขาสังเกตเห็นอะไรแปลก ๆ บนใบหน้าแต่มองไม่ชัดจึงเปิดสวิตช์ไฟ เพียงเท่านั้นภาพใบหน้ามนุษย์กึ่งหมีแพนด้าที่เหลือค้างจากเมื่อคืนก็ปรากฏขึ้น

เขาผงะถอยหลังไปชนกับผนังห้องน้ำทันที ก่อนจะค่อย ๆ ลูบหน้าตัวเองแล้วพบว่ามีสีดำติดนิ้วมาด้วยเล็กน้อย

เด็กหนุ่มรู้แล้วว่าทำไมพี่ชายถึงยิ้มแปลก ๆ และบอกให้เขาไปล้างหน้า ความทรงจำในเหตุการณ์เมื่อคืนถูกต่อเติมจนสมบูรณ์

เขาจำได้แล้วว่าทำไมเมื่อคืนจึงขว้างของใส่ชายแปลกหน้า...

********************

เวทย์ทิ้งตัวลงบนโซฟาห้องรับแขกหลังจากใช้เวลาล้างหน้าไปกว่ายี่สิบนาที ชายแปลกหน้ากับนอร์ทนั่งรอเขาอยู่แล้ว ไม่มีใครตำหนิถึงความล่าช้า พี่ชายเพียงถอนหายใจแล้วกล่าวขึ้นอย่างตรงประเด็น

“เมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่” น้ำเสียงเฉียบขาดทำให้เด็กหนุ่มและชายแปลกหน้าลังเลที่จะตอบ “อ้อ! พี่คิดว่าก่อนอื่นนายสองคนน่าจะแนะนำตัวกันก่อนนะ”

เวทย์ยักไหล่ แล้วพูดขึ้นก่อนตามมารยาท “ผม เวทย์ หรือที่คุณเรียกAliveนั่นแหละ” เขาไม่คิดจะกล่าวอะไรมากไปกว่านี้ อารมณ์โกรธแค้นเรื่องเมื่อคืนยังฝังใจจนอยากจะกระโดดถีบชายเบื้องหน้าให้รู้แล้วรู้รอด

นอร์ททำหน้างง ชายแปลกหน้าจึงคลายข้อสงสัยให้

“มันเป็นชื่อในเกมน่ะครับ ..ส่วนฉัน ดรุณ ฝากตัวด้วยนะหนูเวทย์” ชายหนุ่มยิ้มอย่างกวนโทสะเป็นที่สุด

เวทย์ไม่ชอบใจนักที่ถูกเรียกอย่างนั้น แต่ความสงสัยในคำพูดทำให้ยังไม่คิดจะลงไม้ลงมือตอนนี้ “คุณหมายถึงอะไรกันแน่ครับ”

“ก็หมายถึงอย่างที่พูดนั่นแหละ ถ้าเธอยังใช้ตัวละครพิเศษอยู่ เราก็ต้องเจอหน้ากันอีกนาน เพราะงั้นดีกันไว้ดีกว่านะ” รอยยิ้มแบบเดียวกับเมื่อครู่ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่กลับเรียกอารมณ์โกรธของเด็กหนุ่มได้มากกว่าเดิมหลายเท่าตัว

ก่อนที่จะคุยนอกเรื่องกันมากไปกว่านี้ นอร์ทก็กล่าวขัดขึ้น

“จะเจอหรือไม่เจอกันอีกก็ช่างเถอะ ตอบคำถามของพี่มาก่อนสิ เมื่อ-คืน-นี้-เกิด-อะ-ไร-ขึ้น”

เวทย์กับดรุณเผลอมองหน้ากัน แล้วเด็กหนุ่มก็รีบหันไปทางอื่นแทบจะในทันที เขาเม้มปากแน่น เมื่อคิดถึงเรื่องเมื่อคืนทำให้ความโกรธใกล้จะปะทุ จึงต้องพยายามสงบใจลงอย่างยากลำบาก

ในที่สุดเขาก็เปิดปากเล่า ตั้งแต่ตอนหลุดออกมาจากเกมครั้งแรกเพราะโดนดรุณถอดแว่นตาอาร์เอฟ จนถึงหลังจากที่เขาออกจากระบบเมื่อปราบเสือสายฟ้าลงได้แล้ว

“พอผมถอดแว่นออกก็เห็นเขาเอาปากกาเมจิกเขียนหน้าผมอยู่ ผมโกรธมากเลยซัดไปสองสามหมัด แล้วเขาก็หนีไปอยู่ตรงหัวเตียง พอผมเข้าไปใกล้ก็โดนถีบออกมา เลยโยนของใส่เขาแทนซะ แล้วอีกแป็บหนึ่งพี่ก็เปิดประตูเข้ามา” เวทย์ต้องข่มอารมณ์โกรธจนไม่ค่อยมีสมาธิ แต่ก็เล่าจบจนได้

“ประสาทสัมผัสของเธอจะทื่อลงตลอดเวลาที่ใส่แว่นตาอาร์เอฟนั่นแหละ เธอเลยไม่รู้สึกตัวว่าถูกฉันเขียนหน้าอยู่ แต่พอถอดแว่นตาออกประสาทสัมผัสก็จะกลับมาดีเหมือนเดิม เรื่องนี้ทีมวิจัยเทคโนโลยีของบริษัทรับรองแล้วว่าปลอดภัยแน่นอน” ดรุณพูดอย่างอารมณ์ดี

เด็กหนุ่มเขม่นหน้าเขาเหมือนกับจะบอกว่า ‘ไม่มีใครถามสักหน่อย’

“เอาเถอะ ไม่ใช่เรื่องร้าย ๆ ก็ดีแล้ว” นอร์ทยิ้มบาง ๆ แล้วหันไปดูนาฬิกาแขวน “ดรุณ นี่ก็สายแล้วนะ นายต้องไปทำงานที่บริษัทไหม เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“วันนี้มีประชุมใหญ่น่ะครับ หัวหน้าของผมต้องเข้าประชุม ช่วงเช้าผมยังไม่ต้องไปก็ได้” เขาตอบขณะมองเวทย์ซึ่งทำหน้าบึ้งตึง

คำพูดนั้นทำให้อารมณ์โกรธของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็นความสงสัยอย่างรวดเร็ว “ถ้างั้นงานของคุณก็คือ...” เขากำลังจะกล่าวต่อว่า ‘ภารโรง’ แต่ดรุณกลับแทรกขึ้นก่อน

“ฉันเป็นGMน่ะ”

แม้จะผิดจากที่คิดไว้ แต่เวทย์ก็ไม่มีทีท่าตกใจ “เข้าใจแล้วครับ คุณทำงานเป็นGuard Man (พนักงานรักษาความปลอดภัย) นี่เอง”

ดรุณยิ้มแห้ง ๆ พลางกำหมัดอยากชกเด็กหนุ่มตรงหน้าเต็มแก่ ถ้าไม่ใช่ว่านอร์ทเหล่เขาอยู่ห้องรับแขกคงได้เปลี่ยนเป็นสนามมวยอย่างไม่ต้องสงสัย

“ไม่ใช่นะเวทย์ GM คือ ผู้ดูแลเกมต่างหาก” พี่ชายรีบแก้ให้แม้จะรู้ว่าเวทย์ตั้งใจพูดผิด “พวกผู้ดูแลเกมน่ะมีอำนาจเยอะนะ เขาลบตัวละครของนายได้ง่าย ๆ เลย”

“ถ้าเกมอื่นก็เป็นแบบนั้นแหละครับ แต่เกมมิทิเออร่าแบ่งGMออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มหนึ่งดูแลความเรียบร้อย อีกกลุ่มหนึ่งมีหน้าที่จัดกิจกรรม - ผมอยู่ในกลุ่มที่สอง มีอำนาจแค่เสกไอเทมรางวัลได้เท่านั้นแหละครับ แบนหรือลบตัวละครไม่ได้หรอก” ดรุณอธิบาย นอร์ทนึกเสียดายที่ใช้ขู่น้องชายไม่ได้

“แล้วทำไมไม่รวมกันเป็นกลุ่มเดียวเลยล่ะ จะได้ควบคุมง่าย ๆ”

คำถามของเวทย์ทำให้ชายผู้ดูแลเกมนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา “..หัวหน้าของทั้งสองกลุ่มไม่ถูกกันน่ะ คนในกลุ่มเลยพากันต่อต้านอีกกลุ่มไปด้วย”

เด็กหนุ่มพยักหน้าน้อย ๆ พลางเม้มปากแน่น ตัดสินใจไม่ถูกว่าจะถามต่อไปดีหรือไม่ เพราะดรุณดูลำบากใจในการพูดถึงเรื่องนี้

ราวกับชายGMอ่านใจของเขาออก “สงสัยอะไรก็ถามมาเถอะ ยังไงเรื่องพวกนี้ไม่ช้าก็เร็วเธอต้องได้รู้อยู่ดี”

เวทย์ได้ยินดังนั้นจึงถามออกไปอย่างไร้กังวล

“คนที่ทำร้ายร่างกายพี่เมื่อคืนเป็นหนึ่งในGMด้วยหรือเปล่าครับ”

********************

การประชุมในบริษัทสยาม เอ็กซ์พีเรียนซ์เสร็จสิ้นลงหลังจากถกเถียงประเด็นต่าง ๆ กันนานกว่าสองชั่วโมง เวลาส่วนใหญ่ถูกใช้ไปกับการพูดคุยถึงสิ่งใหม่ ๆ ในเกมมิทิเออร่า ทำให้แต่ละฝ่ายในบริษัทเหลือเวลาเสนอความคืบหน้าเพียงเล็กน้อย

น้ำทิพย์เดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าบึ้งตึง ต่างกับนายพลที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ชายหนุ่มเหลือบมองมิ้นท์เล็กน้อย ก่อนจะก้าวยาว ๆ ไปขึ้นลิฟต์สู่ชั้นสิบสี่ ฝ่ายช่วยเหลือผู้เล่นและดูแลความเรียบร้อยในเกม

“ทิพย์ คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ” ชายร่างใหญ่กล่าวขึ้นเมื่อประตูลิฟต์ปิดลง ในพื้นที่สี่เหลี่ยมเล็ก ๆ มีเพียงเขาและเธอเท่านั้น

“แบบไหนคะ หัวหน้า” หญิงสาวถามเพราะไม่เข้าใจ แต่กลับทำให้นายพลเดือดดาลยิ่งขึ้น

“ก็ที่เธอพูดขัดในที่ประชุมไงเล่า!” เขาตะโกนอย่างเกรี้ยวกราด ดวงตาดุร้ายราวกับสัตว์ป่า “หน้าที่ของเราตอนนี้คือขัดขวางบริษัทก็จริง แต่วิธีอื่นก็มีอีกตั้งเยอะไม่ใช่เหรอ เธอไปพูดขัดขวางรองผู้บริหารแบบนั้นเดี๋ยวเราก็ยิ่งถูกเพ่งเล็งหรอก”

น้ำทิพย์ได้ฟังก็ก้มหน้า กล่าวขอโทษทั้งที่ริมฝีปากยังสั่นเครือ “ข..ขอโทษค่ะ หัวหน้า ด..ดิฉัน..”

ครู่เดียวประตูลิฟต์ก็เปิดออก นายพลรีบตีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสอีกครั้ง แล้วปลอบประโลมหญิงสาว

“ไม่เป็นไรนะ ฉันผิดเอง ขอโทษด้วย”

คนที่เดินผ่านไปมามองทั้งสองด้วยสายตาแปลก ๆ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจมากนัก นายพลและน้ำทิพย์หยุดยืนอยู่หน้าห้องทำงานใหญ่ ตอนนั้นเองเสียงโทรศัพท์มือถือของชายหนุ่มก็ดังขึ้น

“สวัสดีครับ” เขาหยุดฟังเสียงอีกฝ่าย ไม่นานก็ยิ้มที่มุมปาก

“นึกว่าใคร มาถึงแล้วเหรอ ...ได้ ๆ จะลงไปรับเดี๋ยวนี้แหละ” พูดเพียงเท่านั้นก็กดปุ่มจบการสนทนา เขาหันไปหาน้ำทิพย์อีกครั้ง

“เธอช่วยเปิดเครื่องVCไว้ให้หน่อยนะ เลือกโหมดเซอร์ไวเวิล (เอาตัวรอด) ระดับดาวแดง ฉันจะใช้รับน้องใหม่สักหน่อย”

ประตูลิฟต์เปิดขึ้นพอดี ชายร่างใหญ่รีบเดินเข้าไป ทิ้งให้น้ำทิพย์มองตามอย่างสงสัย

“ระดับดาวแดง.. นั่นมันระดับยากที่สุดไม่ใช่เหรอ”

********************

นายพลก้าวเร็ว ๆ ไปยังประตูทางเข้าของอาคารดิ ทาวเวอร์ พบเด็กหนุ่มร่างสูงคนหนึ่งเดินวนไปวนมาอยู่หน้าประตู และลอบมองเข้าไปเป็นระยะเหมือนกำลังหาอะไรบางอย่าง

“สวัสดี รอใครอยู่หรือเปล่า” ชายร่างใหญ่เดินเข้าไปถาม

เมื่อเด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองก็ผงะถอยหลังไปเล็กน้อย “ป..เปล่าครับ”

เขาทำท่าจะวิ่งหนี แต่ถูกนายพลดึงคอเสื้อเอาไว้ก่อน ชายหนุ่มแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์

“เดี๋ยวก่อนสิ พี่กำลังหาคน ๆ หนึ่งอยู่ น้องเห็นใครเดินผ่านไปผ่านมาแถวนี้บ้างไหม”

ไม่พูดเปล่า หยิบมือถือขึ้นมากดโทร โดยที่อีกมือหนึ่งยังรั้งตัวเด็กหนุ่มเอาไว้

“ม..ไม่เห็นครับ ผมเพิ่งมาถึงนี่ได้...” ไม่ทันกล่าวจบ เสียงมือถือในกระเป๋าของเขาก็ดังขึ้น

นายพลทำหน้าเหยเก พลางกดปุ่มยกเลิกการโทรบนมือถือ “หรือว่านายคือ.. บอส?” เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นก็อ้าปากค้างทำหน้าแปลกใจยิ่งกว่า

“พี่.. บลิทซ์ หรอกหรือครับ”

ชายร่างใหญ่ปล่อยมือออกจากคอเสื้อของบอส ก่อนจะพูดยิ้ม ๆ

“ใช่แล้ว พี่ชื่อจริงว่า นายพล น่ะ เรียก พี่พล ก็ได้”

“ครับพี่ เรียกผม บอส แล้วกันครับ ชื่อเล่นกับชื่อในเกมของผมเหมือนกัน” เด็กหนุ่มยิ้มตอบ แต่ในใจแอบคิดว่า ‘ตัวก็ใหญ่ หน้าก็โหด.. อย่างนี้เรียก พี่เถื่อน ดีกว่ามั้ง~’

“เมื่อวานนายโชว์ฝีมือได้เยี่ยมเลยนี่ ได้MVPด้วย” นายพลทำท่าเหมือนนึกขึ้นได้

สีหน้าของบอสแสดงความแปลกใจ “เอ๋ พี่รู้ได้ยังไงครับ”

ชายหนุ่มครุ่นคิดชั่วครู่ ก่อนจะตอบ “มันเป็นหน้าที่ของGMอย่างพี่น่ะ ต้องสอดส่องสถานที่ต่าง ๆ ในเกมเพื่อดูแลความเรียบร้อย ..แล้วเมื่อวานไปเจอนายเข้าพอดี ตัวที่นายฆ่านั่นเป็นไลโอเนลตัวแรกของเกมเชียวนะ”

“ไลโอเนล... พี่หมายถึงบอสMVPเสือตัวใหญ่ ๆ ที่มีปีกสินะครับ เอ เมื่อวานพี่ไปหลบอยู่ตรงไหนล่ะครับ ผมไม่เห็นพี่เลย” บอสย้อนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวาน แต่จำไม่ได้ว่าเจอบลิทซ์ในถ้ำด้วย

“พี่ไม่ได้เข้าไปในถ้ำหรอก กลุ่มGMของพี่มีโปรแกรมสำหรับดูสถานที่ต่าง ๆ ในเกมน่ะ ถ้าเจอปัญหาที่ไหนก็จะส่งGMเข้าไปจัดการ”

เด็กหนุ่มหรี่ตาลงเล็กน้อย “โปรแกรมถ้ำมองดี ๆ นี่เองนะครับ”

“ฮะ ฮะ มันก็ใช่น่ะนะ แต่เกมนี้ไม่มีห้องอาบน้ำซะหน่อย” นายพลหัวเราะอย่างอารมณ์ดี “เอาล่ะ ขึ้นไปข้างบนกันดีกว่า พี่เตรียมของดี ๆ ไว้ให้นายเล่นแล้ว”

********************

เวทย์เดินตามดรุณออกมาจากแมนชั่น ชายGMปิดปากเงียบตั้งแต่ได้ยินคำถามสุดท้ายของเด็กหนุ่ม เขาไม่ได้แสดงท่าทีไม่สบอารมณ์ ทว่าดูเหมือนคำถามนั้นจะทำให้หวนคิดถึงความทรงจำร้าย ๆ

นอร์ทปลีกตัวไปส่งงานที่บริษัทก่อนแล้ว หลังจากนั้นไม่นานดรุณก็เดินออกจากห้องพัก เวทย์ซึ่งรู้สึกผิดที่ทำให้ชายหนุ่มเซื่องซึมจึงตามออกมาโดยลืมไปว่าตนยังอยู่ในชุดนอน

“ผมต้องขอโทษพี่ด้วยนะครับ ที่เมื่อกี้ถามอะไรไม่ดีออกไป” เขาพยายามขอโทษ แต่ดรุณกลับเมิน

“ขอโทษครับ ขอโทษครับ ขอโทษจริง ๆ นะครับ” เวทย์วิ่งมาดักหน้าชายหนุ่มขณะอยู่บนบันไดขึ้นสะพานลอย แล้วกล่าวขอโทษอีกหลายครั้ง

ดรุณถอนหายใจแรง ๆ อย่างฉุนเฉียว “หลีกไป อย่ามาขวางทางฉัน”

“ไม่ครับ จนกว่าพี่จะยกโทษให้นั่นแหละ” เด็กหนุ่มมองเขาด้วยสายตามุ่งมั่น ไม่เกรงกลัวแม้จะถูกกดดันอยู่ก็ตาม

“ฉันจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย.. ถอยไป”

“ไม่ครับ”

ชายหนุ่มกล่าวเสียงกราดเกรี้ยว แต่คำตอบของเวทย์ยังเป็นเช่นเดิม

มือที่กำแน่นของดรุณสั่นระริก เขาไม่อยากทำร้ายเด็ก ยิ่งเป็นเด็กที่อาจจะสำคัญต่อแผนการของมิ้นท์ยิ่งต้องทนุถนอม ถึงอย่างนั้นใจของเขากลับเรียกร้องให้รีบลงมือชกเสีย เร็วสิ เร็วเข้า...รออะไรอยู่

ชายหนุ่มง้างหมัด ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ เวทย์ก้าวขาไม่ออก ได้แต่หลับตาหลีกหนีภาพที่ไม่อยากเห็น บริเวณนั้นไม่มีใครผ่านมาแม้สักคน แต่ถึงมีเขาก็ไม่รู้ว่าจะตะโกนเรียกทันไหม

เสียงหมัดกระทบเนื้อแข็ง ๆ แล่นเข้าหู ทว่าเด็กหนุ่มไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดเลยสักนิด เขาลืมตาขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ และพบว่าดรุณต่อยใส่ฝ่ามืออีกข้างของตัวเอง

“ฉันนี่บ้าจริง ๆ ฮ่า ฮ่า” ชายหนุ่มหลุดหัวเราะออกมา ทำเอาเวทย์นึกสงสัยว่าชายเบื้องหน้ายังมีสติครบถ้วนอยู่หรือเปล่า “จริงแล้ว...เรื่องเมื่อวาน มันก็ไม่ได้..น่าเศร้าอะไรนี่... เมื่อวาน... ก็แค่ถูกเพื่อน... กลุ่ม..เดียวกัน..”

หยดน้ำตาไหลรินออกมาแทนที่เสียงหัวเราะ ดรุณเงียบไปราวกับคำพูดมากมายถูกกลืนหายไปหมด เด็กหนุ่มเริ่มปะติดปะต่อเหตุการณ์ได้ จึงยืนนิ่งฟังอย่างเห็นใจ

“ถูกเพื่อน..ที่ไว้ใจ...ทำร้าย... เรื่องแบบนั้น...เธอคง..ไม่เข้าใจ..หรอก...” คำพูดของชายGMแทรกด้วยเสียงสะอื้นไห้ ดวงตาของเขาแดงก่ำ แม้จะใช้มือปาดน้ำตาไปหลายครั้งแต่มันก็ยังไหลออกมาไม่หยุด

เวทย์ก้มหน้าลง จับแขนดรุณเอาไว้ ก่อนจะกล่าว “ไม่แน่หรอกครับ ต่อไป..ผมอาจจะต้องเจอกับตัวเองก็ได้” เด็กหนุ่มถอนหายใจออกมาเบา ๆ เมื่อภาพของบอสลอยอยู่ในห้วงความคิดของเขา

ชายหนุ่มนิ่งเงียบ เวทย์ก็เช่นกัน ทั้งสองยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนมากขึ้นทุกที หลายคนเดินผ่านไปแล้วมองพวกเขาด้วยสายตาแปลก ๆ คงเพราะพวกเขาดูเหมือนก้อนหินมากกว่ามนุษย์กระมัง ไม่เคลื่อนไหว ไม่พูดไม่จา มีเพียงดวงตาที่กระพริบเป็นระยะให้รู้ว่ายังมีลมหายใจอยู่

ในที่สุดเมื่อถูกคนจ้องมองบ่อย ๆ เข้า เวทย์ก็เป็นฝ่ายทนไม่ไหวแล้วกล่าวขึ้น “ผมว่าน่าจะกลับห้องไปล้างหน้าล้างตากันก่อนนะครับ ถ้าจะไปไหนต่อค่อยออกมาอีกที”

“อืม... ได้สิ ฉันขอโทษเรื่องเมื่อกี้ด้วยนะ” ชายGMคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ เขายกมือขึ้นเช็ดน้ำตาเป็นครั้งสุดท้าย

“ผมก็ต้องขอโทษพี่เหมือนกันครับ”

ทั้งสองยิ้มให้กันแล้วเริ่มออกเดิน ระหว่างทางชายหนุ่มพยายามสงบจิตสงบใจไม่ให้ย้อนคิดถึงเหตุการณ์เมื่อวาน แต่กลับหยุดภาพเหล่านั้นไม่ได้ มันฉายซ้ำในความทรงจำตลอดเวลา คำพูดมากมายในตอนนั้นทำเอาเขาแทบคลั่ง

‘พวกเราหมั่นไส้แกมานานแล้ว... แกอยากเลื่อนตำแหน่งไว ๆ ใช่ไหมล่ะ...’

‘ถุย! น้ำหน้าอย่างแกก็ทำได้แค่เล่นละครเท่านั้นแหละ...’

‘ถ้าไม่มีหัวหน้าคุ้มกะลาหัวก็ไร้น้ำยา...’

แม้คำพูดเหล่านั้นจะทำให้จิตใจของเขาบอบช้ำยิ่งขึ้น แต่ก็ไม่ได้สร้างความกังวลเท่ากับประโยคสุดท้ายที่เขาได้ยินจากอดีตเพื่อนร่วมงาน

‘พรุ่งนี้พวกเราก็จะย้ายไปทำงานที่บริษัทอื่นแล้ว... ขอจัดการแกเป็นการสั่งลาก็แล้วกัน’

********************

นายพลพาบอสขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นที่ 12 ..เมื่อประตูเปิดออก ภาพที่เห็นก็ทำให้เด็กหนุ่มเผลออุทานออกมา

ด้านขวาเต็มไปด้วยตู้สีขาวซึ่งคล้ายกับตู้คาราโอเกะตามห้างสรรพสินค้า เพียงเปลี่ยนจากไมโครโฟนเป็นคีย์บอร์ด เมาส์ และหมวกทรงเดียวกับหมวกกันน็อค ตู้สีขาวทั้งหมดถูกเรียงอย่างเป็นระเบียบ แบ่งออกเป็นสี่แถวยาว ๆ สองแถวแรกบนตู้จะมีลายสีดำ ส่วนอีกสองแถวที่เหลือมีลายสีน้ำเงิน - ด้านหน้าของตู้สี่แถว คือ โต๊ะเคาน์เตอร์ซึ่งมีพนักงานสาวคนหนึ่งยืนยิ้มอยู่ข้างหลัง

สิ่งที่ทำให้บอสตกตะลึงก็คือจำนวนมหาศาลของตู้เหล่านี้ นับได้อย่างต่ำก็ราวสี่สิบตู้ อีกทั้งรูปร่างของมันก็ดึงดูดใจอย่างยิ่ง แม้เขาจะไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรก็ตาม

ส่วนทางด้านซ้ายเป็นห้องทำงานขนาดใหญ่ที่มีพนักงานหอบเอกสารเดินกันพลุกพล่าน บางคนก็กำลังคลุกอยู่กับการต่อสายไฟในตู้สีขาวซึ่งเหมือนกับตู้มากมายทางด้านขวาของชั้น บริเวณผนังหน้าห้องทำงานมีป้ายขนาดใหญ่เขียนว่า

‘ฝ่ายพัฒนาและทดสอบผลิตภัณฑ์’

“ยอดไปเลยใช่ไหมล่ะ เครื่องพวกนี้เรียกว่า เวอร์ชวล คอมแบ็ท (Virtual Combat - VC) เป็นเครื่องเล่นเกมต่อสู้ที่พัฒนาต่อมาจากเกมมิทิเออร่าน่ะ” นายพลแนะนำแล้วพาเดินไปที่โต๊ะเคาน์เตอร์ซึ่งตั้งอยู่ด้านหน้าเครื่องVCทั้งสี่แถว

ชายหนุ่มยื่นบัตรสีน้ำเงินที่เขียนไว้กลางบัตรว่า ‘Virtual Combat Tester 01651’ ให้กับพนักงานสาวหลังเคาน์เตอร์ “ช่วยออกบัตรแทนให้ใบหนึ่งด้วยครับ สำหรับเด็กคนนี้”

พนักงานสาวตอบรับแล้วนำหลังบัตรไปทาบลงบนเครื่องที่คล้ายกับสแกนเนอร์แต่เล็กกว่า เครื่องนั้นมีสายต่อเชื่อมกับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คข้าง ๆ ซึ่งหญิงสาวกำลังพิมพ์อะไรบางอย่างลงไป

ไม่นานเสียงหวีดเบา ๆ ก็ดังขึ้นจากเครื่องคอมพิวเตอร์ พนักงานสาวชะงักไปเล็กน้อย

“บัตรรหัส ศูนย์หนึ่งหกห้าหนึ่ง ออกบัตรแทนฟรีครบสามใบแล้วค่ะ ถ้าจะออกบัตรแทนเพิ่มต้องเสียค่าใช้จ่ายใบละหนึ่งร้อยบาท และออกได้สูงสุดอีกเจ็ดใบค่ะ” เธอบอกเสียงเรียบราวกับหุ่นยนต์ “ต้องการออกบัตรเพิ่มไหมคะ”

“ออกเลย เรื่องเงินไม่มีปัญหาหรอก” นายพลตอบทันที แล้วควักกระเป๋าสตางค์ออกมา

ชายร่างใหญ่ยื่นธนบัตรหนึ่งร้อยบาทให้พนักงานสาว แต่กลับถูกอีกมือหนึ่งซึ่งถือธนบัตรแบบเดียวกันเข้ามาแทรก

“ผมจ่ายเองก็ได้ครับ เงินพี่น่ะเก็บไว้เถอะ”

นายพลมองเด็กหนุ่มแล้วยิ้มน้อย ๆ เขาดันมืออีกฝ่ายกลับไป จากนั้นก็รีบเอาธนบัตรของตนใส่มือหญิงสาวอย่างรวดเร็ว “เงินแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก แล้วอีกอย่าง...นายมาบริษัทพี่ พี่ก็ต้องเป็นฝ่ายเลี้ยงสิ”

ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่บอสก็ยังรู้สึกเป็นหนี้บุญคุณอยู่ดี “ถ้าพี่มีอะไรให้ผมช่วยก็บอกแล้วกันครับ ถ้าผมทำได้ก็จะช่วยเต็มที่”

“ไม่ต้องห่วง นายจะได้ตอบแทนพี่แน่ ๆ” ชายร่างใหญ่ยิ้มเย็น

ระหว่างที่พวกเขาคุยกันอยู่พนักงานสาวก็ออกบัตรแทนเสร็จพอดี เธอวางบัตรทั้งสองใบลงบนเคาน์เตอร์ บัตรใหม่ซึ่งกำลังจะกลายเป็นของบอสมีสีเดียวกับบัตรเดิม แต่ตัวอักษรบนบัตรแตกต่างกัน บัตรใหม่เขียนเอาไว้ว่า ‘Virtual Combat Tester 01651:01’

นายพลยื่นบัตรแทนใบใหม่ให้กับบอส เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณแล้วรับมาดูด้วยแววตาเป็นประกาย

“เอาล่ะ ได้เวลาไปเล่นกันแล้ว รับรองว่าเครื่องVCนี่จะทำให้นายสนุกมากกว่าเล่นมิทิเออร่าเสียอีก”


To be continued...











<<MA Tip เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับเกมมิทิเออร่า #7 มิติเก็บของ>>

สำหรับเกมนี้ผู้เล่นทุกคนจะมีช่องเก็บของส่วนตัวที่เรียกว่า ‘มิติเก็บของ’ ซึ่งสามารถเรียกใช้ได้เพียงแค่พิมพ์ /st บนแป้นคีย์บอร์ด มิติเก็บของจะมีลักษณะคล้ายหลุมดำขนาดเล็กซึ่งปรากฏขึ้นเบื้องหน้าผู้เล่นทันทีที่เรียกใช้

มิติเก็บของตามปกติมีช่องเก็บ 50 ช่อง หนึ่งช่องสำหรับไอเทมหนึ่งชนิด และหนึ่งช่องจะเก็บไอเทมชนิดเดียวกันได้ไม่เกิน 50 ชิ้น ทุกช่องมีหมายเลขช่องกำหนดไว้เพื่อให้การหยิบของทำได้ง่ายขึ้น

เมื่อผู้เล่นต้องการเก็บของก็โยนของใส่เข้าไป ถ้าของมีขนาดใหญ่จะถูกย่อส่วนโดยอัตโนมัติ เมื่อเก็บเสร็จจะมีข้อความจากระบบขึ้นมาบอกว่าของชิ้นนั้นถูกเก็บอยู่ในช่องหมายเลขอะไร และในช่องนั้นมีไอเทมชนิดนั้นทั้งหมดกี่ชิ้น

ผู้เล่นสามารถหยิบของที่ต้องการได้โดยพิมพ์ /sg ตามด้วยหมายเลขช่องใส่ของ ถ้าต้องการหยิบมากกว่าหนึ่งชิ้นก็เคาะเว้นวรรค แล้วพิมพ์จำนวนที่ต้องการเข้าไป

กรณีที่จำไม่ได้ว่าไอเทมชิ้นไหนอยู่ในช่องหมายเลขใด สามารถพิมพ์ /sl เพื่อเรียกรายการไอเทมในมิติเก็บของออกมาดูได้

อนึ่ง ผู้เล่นจะมองเห็นมิติเก็บของของผู้เล่นคนอื่นเป็นเงาบาง ๆ ไม่สามารถสัมผัสหรือใส่ของเข้าไปได้ และมองไอเทมที่อยู่ด้านในไม่เห็นอีกด้วย

_________________


เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://woratana.exteen.com/
woratana
ผู้คุมอำนาจแห่งบอร์ด
ผู้คุมอำนาจแห่งบอร์ด
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 28
อายุ : 26
สังกัด : MeteorA RPG
อาชีพ : the Novelist
ความสนใจ : Fiction
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: เทพ
อาชีพ: นักดาบ

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: MeteorA Online Chapter 11+12 by Woratana   Fri Jun 01, 2007 12:44 pm

Stage_12 Stronger Without You

นายพลเดินนำบอสไปหยุดอยู่หน้าเครื่องVCลายสีน้ำเงินตู้หนึ่งซึ่งมีหญิงสาวนั่งอยู่ด้านใน เมื่อเธอเห็นชายร่างใหญ่ก็เลื่อนประตูเปิดให้

“เลือกโหมดไว้ให้แล้วค่ะ หัวหน้า ใส่หมวกแล้วเข้าเกมได้เลย” น้ำทิพย์บอกแล้วก้าวออกมาจากตู้เครื่องVC พลันสังเกตเห็นบอสยืนอยู่ด้านหลังชายร่างอ้วน “เด็กคนนั้น...”

“เขาคือบอส นักธนูที่ได้MVPจากไลโอเนลเมื่อวานนี้ไงล่ะ” บอสสวัสดีเธอเมื่อนายพลพูดจบ หญิงสาวได้ฟังก็ทำตาโตเหมือนไม่อยากเชื่อ

“สวัสดีจ้ะ พี่ชื่อน้ำทิพย์ น้องนี่เด็กกว่าที่พี่คิดไว้ซะอีกนะ ...แต่ไม่เป็นไรหรอก ฝีมือของน้องดีกว่าพี่ตั้งเยอะ ต้องออกบัตรได้เร็ว ๆ นี้แน่” น้ำทิพย์พูดด้วยความเชื่อมั่น แต่บอสกลับทำหน้าเหลอหลาไม่เข้าใจ

นายพลเห็นดังนั้นจึงหันมาอธิบาย “คนที่ชนะด่านสุดท้ายของVCโหมดเซอร์ไวเวิล จะได้รับบัตรเล่นเกมVCสีเงินที่สามารถเล่นเครื่องสีไหนก็ได้ไงล่ะ บัตรธรรมดาจะเล่นได้แค่เครื่องสีเดียวกับบัตรเท่านั้น และบัตรที่มีรหัสห้าหลักแรกจะเล่นพร้อมกันไม่ได้อีกด้วย”

“งั้นถ้าผมเล่นอยู่พี่พลก็เล่นไม่ได้สิครับ” บอสรู้สึกผิดที่จะทำให้อีกฝ่ายไม่ได้เล่น แต่ชายร่างใหญ่กลับยิ้มมุมปาก

“ไม่ต้องห่วงหรอก พี่ไม่ค่อยได้มาเล่นเท่าไร” แม้จะพูดแบบนั้นแต่เด็กหนุ่มก็ยังทำหน้าเครียด “ถ้าไม่อยากใช้รหัสบัตรของพี่ก็รีบเคลียร์โหมดเซอร์ไวเวิลแล้วออกบัตรสีเงินให้ได้สิ บัตรที่ออกใหม่จะได้รหัสใหม่ด้วย ทีนี้ก็ไม่ต้องรบกวนพี่แล้ว”

บอสเผยรอยยิ้มเหมือนเห็นทางสว่างอยู่รำไร “งั้นผมขอเริ่มเล่นเลยได้ไหมครับ”

“เอาสิ เข้าไปนั่งตรงนั้นแล้วเข้าสู่ระบบด้วยยูสเซอร์เนมในมิทิเออร่าได้เลย” ชายร่างใหญ่เปิดทางให้บอสเข้าไปในตู้เครื่องVC ด้านในมีเก้าอี้ท่าทางนั่งสบายตัวหนึ่ง จอคอมพิวเตอร์ที่ฝังอยู่กับผนังตู้ ด้านขวาของจอมีรูเสียบบัตร ซึ่งบัตรสีน้ำเงินเหมือนของเขากำลังเสียบอยู่ บอสเดาว่าคงเป็นของหญิงสาวที่ชื่อน้ำทิพย์ ต่ำจากจอลงมาเล็กน้อยคือโต๊ะวางคีย์บอร์ดและเมาส์ นอกจากนั้นยังมีหมวกที่คล้ายหมวกกันน็อค ต่างเพียงมีสายไฟเชื่อมด้านหลังหมวกกับรูเสียบบนโต๊ะวางคีย์บอร์ด

บนจอคอมพิวเตอร์ปรากฏหน้าเข้าสู่ระบบ พื้นหลังสีดำสนิทมีตัวอักษรเขียนไว้ว่า ‘Virtual Combat 0.7 [Mode: Survival *Red]’ บอสเลื่อนเมาส์มาคลิกช่องใส่ข้อมูลแล้วพิมพ์ลงไป

username: bozz

password: *******

Receiving data from MA database...

[กำลังรับข้อมูลจากฐานข้อมูลมิทิเออร่า...]

ครู่หนึ่งตัวหนังสือบนหน้าจอก็เปลี่ยนไป และมีปุ่มตัวเลือกสองปุ่มปรากฏขึ้น


[Player Data]

Name: Bozz

Lv: 58

Class: Archer

Welcome_to_the_world_of_Virtual_Combat_

You_chose_Mode:_‘Survival’_Level:_Red_Star_

Do_you_want_to_start_the_game_now?

Choices: (Yes!) (No, I want to change mode first.)

[ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่ง เวอร์ชวล คอมแบ็ท]

[คุณได้เลือก โหมด: เซอร์ไวเวิล(เอาตัวรอด) ระดับ: ดาวแดง]

[คุณต้องการเข้าสู่เกมทันทีหรือไม่]

[ตัวเลือก: (เข้าเลย!) (ไม่ ฉันอยากเปลี่ยนโหมดเกมก่อน)]

“เลือกข้อแรกแล้วใส่หมวกอาร์เอฟได้เลย” นายพลบอก บอสจึงคลิกตัวเลือกแรกแล้วมองหา ‘หมวกอาร์เอฟ’

“พี่หมายถึงหมวกกันน็อคนี่หรือเปล่าครับ”

ชายร่างใหญ่พยักหน้าแทนคำตอบ เด็กหนุ่มจึงหยิบหมวกซึ่งแขวนอยู่ข้างโต๊ะวางคอมพิวเตอร์ขึ้นมาดู น้ำหนักของมันพอ ๆ กับหมวกกันน็อคทั่วไป แต่พื้นรองด้านในที่เป็นกระจกใสทำให้เห็นว่ามีสายไฟระโยงระยางอยู่เต็มไปหมด กระจกหน้าสำหรับครอบดวงตาถูกเปลี่ยนเป็นหน้าจอแสดงผลแบบบาง และด้านข้างหมวกได้ใส่หูฟังคล้ายของแว่นตาอาร์เอฟลงไป

“รีบใส่หมวกได้แล้วล่ะ เกมจะเริ่มแล้ว วิธีใช้เหมือนกับแว่นตาอาร์เอฟนั่นแหละ ส่วนการออกจากเกมก็พิมพ์ /quit” นายพลพูดขึ้น เมื่อบอสมองหน้าจอก็พบว่ามีตัวเลขกำลังนับถอยหลังอยู่ จึงสวมหมวกในมือลงไป


6...5...4...3...2...1.....

[Player] Bozz (VS) Fencer [VC]

STAGE OPEN!

เขาได้ยินเสียงประตูตู้เครื่องVCปิดลง จากนั้นเบื้องหน้าก็ปรากฏห้องสี่เหลี่ยมกว้าง ๆ ซึ่งมีเพดานสูงลิบลิ่ว ชายผิวคล้ำคนหนึ่งถือดาบคู่เรียวยาวยืนนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของห้อง จ้องมาที่เขาไม่วางตา ชื่อตัวละครสีแดงที่ปรากฏขึ้นเหนือศีรษะบ่งบอกว่าเป็นตัวละครฝ่ายศัตรู

ภาพกราฟฟิกของเกมนี้ถูกพัฒนาให้มีความละเอียดกว่ามิทิเออร่า สังเกตได้จากรอยแตกบนพื้นห้อง ใบหน้าคู่ต่อสู้ และอาวุธในมือซึ่งส่องประกายเสมือนดาบจริง นอกจากนั้นบอสยังสัมผัสได้ถึงความเคียดแค้นจากดวงตาของชายผิวคล้ำ มันทำให้ไฟการต่อสู้ของเขาลุกโชนขึ้น

“ระบบมีเวลาให้เตรียมอาวุธและเครื่องสวมใส่หนึ่งนาทีก่อนการต่อสู้ค่ะ ผู้เล่นสามารถเปิด-ปิดมิติเก็บของได้ทุกเวลาโดยพิมพ์ /st ..เริ่มจับเวลาค่ะ”

จู่ ๆ เสียงผู้หญิงก็ดังขึ้นเหมือนมีคนมากระซิบข้างหู เด็กหนุ่มหันซ้ายหันขวาทว่าไม่พบผู้พูด จึงได้แต่พิมพ์เปิดมิติเก็บของ ไอเทมทั้งหมดของเขาในเกมมิทิเออร่าปรากฏขึ้น เขาเลือกอย่างพิถีพิถันออกมาสองสามอย่าง

“เหลืออีกสามสิบวินาทีค่ะ”

เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง ทำเอาบอสสะดุ้งโหยง เขารู้สึกเหมือนมีคนมากระซิบข้างหูจริง ๆ

ไม่นานเขาก็สวมใส่ไอเทมเสร็จเรียบร้อย ในมือถือธนูราคาแพงที่เพิ่มระยะการยิง แต่ลดความแม่นยำ ด้านหลังสะพายกระบอกใส่ลูกธนูซึ่งมีลูกศรปนกันหลากหลายชนิด ถุงมือที่สวมช่วยเพิ่มความแม่นยำขึ้นเล็กน้อย และใช้รองเท้าบู๊ทหนังสีดำสำหรับเพิ่มความเร็วในการเดินถอยหลัง

“เหลืออีกสิบวินาทีค่ะ”

บอสเตรียมตัวออกวิ่งเพื่อให้เข้าสู่ระยะยิงธนู เขาพยายามหยิบลูกศรออกมาจากกระบอกใส่แต่ทำไม่ได้ จึงเดาว่าน่าจะต้องรอให้เริ่มการต่อสู้ก่อน

ปลายรองเท้าบู๊ทจิกเข้าไปในพื้น เด็กหนุ่มนับถอยหลังในใจอย่างตื่นเต้น

“หมดเวลาเตรียมตัวค่ะ เริ่มการต่อสู้ได้!”

สิ้นเสียงหญิงสาว บอสกับชายนักดาบผิวคล้ำก็พุ่งตัวออกมาพร้อม ๆ กัน เด็กหนุ่มยิ้มชอบใจที่อีกฝ่ายช่วยร่นระยะยิงให้เขา

เมื่อนักดาบเข้ามาในระยะธนู บอสก็หยุดเท้าแล้วรีบง้างสายธนูยิงออกไป

ทว่าชายผิวคล้ำโยกตัวหลบได้อย่างง่ายดาย! เด็กหนุ่มเห็นก็นึกได้ทันทีว่ากำลังต่อสู้กับอาชีพFencer (นักฟันดาบ) ซึ่งสามารถเคลื่อนไหวและโจมตีได้รวดเร็ว อีกทั้งเป็นอาชีพสายโจมตีระยะประชิดที่จะได้เปรียบนักธนูทันทีเมื่อเข้าถึงตัวได้

บอสจำต้องเปลี่ยนมาตั้งรับแทน โดยใช้วิธียิงไปถอยหลังไป แต่ชายนักดาบก็หลบศรธนูได้ทุกครั้ง และเข้าใกล้บอสมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่ง...

“Shining Speedy Shot!”

เด็กหนุ่มยิงลูกศรความเร็วแสงออกไปเมื่อทั้งสองห่างกันไม่กี่เมตร หัวลูกศรเล็งปักไปที่กลางหัวใจ แต่ชายผิวคล้ำขยับตัวหลบในวินาทีสุดท้าย ทำให้ลูกศรเบี่ยงไปจากเป้าหมายเล็กน้อย

‘ปฏิกิริยาแบบนี้... จุดอ่อนคงอยู่ที่หัวใจสินะ’ บอสคิดในใจพลางหยิบศรธนูดอกใหม่ออกมา แต่ไม่ทันที่จะง้างสายธนูเตรียมยิง ชายนักดาบก็เข้าประชิดตัวเขาพร้อมกับฟาดดาบเรียวยาวทั้งสองเข้าใส่

“ชิ!” โชคดีที่คมดาบเพียงทำให้ชุดเกราะบริเวณไหล่ของเด็กหนุ่มขาดเท่านั้น เขารีบก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็วด้วยสัญชาตญาณ พลางนึกโทษตัวเองที่ไม่ทันคิดว่าคู่ต่อสู้จะยังวิ่งเข้าหาต่อแม้กำลังบาดเจ็บ

นักดาบผิวคล้ำมีกำลังใจยิ่งขึ้นจึงรุกไล่บอสด้วยความเร็วสูงสุด ฝ่ายนักธนูทำอะไรไม่ได้นอกจากถอยหนี เพราะเขาได้บทเรียนมาแล้วจากการลองยิงไปด้วยจนถูกอีกฝ่ายประชิดตัว

ครู่เดียวหลังของเขาก็ชนกำแพง เด็กหนุ่มมองคู่ต่อสู้อย่างหวาด ๆ และกำธนูแน่น ส่วนชายนักดาบย่างสามขุมเข้าหาอย่างมั่นใจ ปรากฏรอยยิ้มอันโหดเหี้ยมบนใบหน้า

นักธนูเม้มปากแน่น ครุ่นคิดอย่างหนักว่ามีไอเทมอะไรในมิติเก็บของที่ช่วยเขาได้บ้าง ในขณะที่นักดาบหนุ่มค่อย ๆ ก้าวเข้าหาเหมือนกับภาพสโลว์โมชั่น

‘เท่าที่อ่านในเว็บไซต์.. กว่าจะเปิดมิติเก็บของ หยิบไอเทม แล้วใช้ไอเทม ต้องเสียเวลาพอสมควร ไม่ทันแน่’ บอสกุมขมับด้วยความเครียด ก่อนจะพยายามนึกทวนอาวุธที่มีอยู่กับตัว ‘เรามีแต่ธนูกับลูกศร จะยิงธนูระยะประชิดก็คงไม่เหมาะ ถ้าอย่างนั้น...’

จู่ ๆ ความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นในสมอง ทำให้เด็กหนุ่มยิ้มออกมา แม้มันจะไม่ปลอดภัยนักแต่เขาก็ไม่คิดว่าจะมีทางเลือกที่ดีกว่านี้อีกแล้ว

นักดาบผิวคล้ำชะงักไปเล็กน้อยเมื่อบอสทิ้งธนูและกระบอกใส่ลูกศรลงกับพื้น จากนั้นหยิบศรธนูเงินออกมาหนึ่งดอก

“ไม่อยากใช้วิธีนี้เลย ให้ตายสิ” เขาบ่นแต่ก็ยังพุ่งเข้าใส่นักดาบตามแผน ธนูกับกระบอกใส่ลูกศรที่ถ่วงน้ำหนักถูกปลดทิ้งทำให้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นมาก พวกเขายืนห่างกันเพียงสองเมตร นักธนูจึงเข้าประชิดตัวได้ในวินาทีถัดมา

ชายผิวคล้ำจ้วงแทงดาบหนึ่งออกไป บอสไม่คิดหลบ แต่เสียบศรเงินที่มีหัวแหลมคมเข้าใส่ร่างของอีกฝ่ายแทน

เด็กหนุ่มร้องโอดครวญอย่างเจ็บปวด แต่ใบหน้าแฝงความดีใจที่ปิดไม่อยู่เอาไว้ ดาบเล่มเรียวแทงเข้าที่ท้องของเขาสร้างแผลฉกรรจ์ได้ก็จริง แต่ศรธนูเงินของเขาเสียบลึกใส่บริเวณหัวใจของคู่ต่อสู้ มอบความตายให้ในบัดดล

“คู่ต่อสู้ไม่สามารถสู้ต่อได้... คุณเป็นฝ่ายชนะ” เสียงหญิงสาวดังขึ้นข้างหู ทำเอาบอสสะดุ้งโหยงอีกครั้ง แล้วพลันนั้นทุกอย่างก็กลายเป็นสีดำสนิท ความเจ็บปวดบริเวณท้องหายไป

“ต่อสู้ได้ยอดเยี่ยมมาก” คราวนี้เป็นเสียงของนายพล เด็กหนุ่มจึงรู้ว่าเขาออกมาจากเกมแล้ว “พักก่อนก็ได้นะ ยังเหลืออีกสิบสี่ด่านกว่าจะจบ”

บอสถอดหมวกอาร์เอฟออกมาพร้อมกับอ้าปากค้าง “สิบสี่ด่านเลยเหรอครับ...”

“ใช่สิ แต่ไม่ต้องเครียดนักหรอก วันนี้เล่นถึงด่านไหนก็เซฟเอาไว้ไปเล่นต่อวันอื่นได้อีก”

เด็กหนุ่มร่างสูงถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อได้ยินเช่นนั้น แค่ด่านแรกก็กระอักกระอ่วมพออยู่แล้ว เขาแทบไม่อยากคิดเลยว่าถ้าต้องเล่นให้ชนะสิบห้าด่านภายในวันเดียวจะมีสภาพเป็นอย่างไร

“เอ่อ พี่พลครับ เคยมีใครออกบัตรสีเงินได้หรือยังครับ”

“เคยแล้วล่ะ คนแรกที่ทำได้เป็นคนรู้จักของพี่เอง” นายพลลูบคางคล้ายกำลังครุ่นคิด “ตอนแรกเขาใช้บัตรของพี่เล่นเหมือนกับนายนั่นแหละ หลังจากนั้น..ประมาณเดือนกว่า เขาก็เคลียร์โหมดเซอร์ไวเวิลจนได้” ชายหนุ่มกล่าวอย่างภาคภูมิใจ

เดิมทีบอสอยากจะแสดงความสามารถให้นายพลเห็นด้วยการออกบัตรสีเงินเป็นคนแรก แต่ในเมื่อมีคนทำได้แล้ว เป้าหมายของเขาก็เปลี่ยนไปเป็นการทำลายสถิติเวลาการออกบัตรแทน เขาเชื่อมั่นอย่างมากว่าตนจะออกบัตรได้ภายในหนึ่งเดือน และรั้งตำแหน่งผู้เล่นที่ออกบัตรสีเงินได้เร็วที่สุด

มันเป็นการต่อสู้กับตัวเอง ...เขามักตั้งเป้าหมายเช่นนี้บ่อย ๆ ในการทำสิ่งต่าง ๆ เพื่อให้ตัวเองมีความตั้งใจในการทำมากขึ้น บางครั้งเป้าหมายของเขาก็สูงเกินเอื้อม แต่ก็มีหลายครั้งที่เขาทำได้ดีกว่าเป้าหมายเสียอีก อย่างไรก็ตาม ยังมีเป้าหมายหนึ่งที่เขาตั้งเอาไว้นานแล้ว แต่ก็ทำไม่ได้เสียที เขาพยายามมาตลอดเพื่อจะพิชิตเป้าหมายนั้นให้ได้

นั่นคือ...การเอาชนะเวทย์!

********************

เวทย์กลับมาถึงห้องพัก โดยที่ดรุณเดินตามมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เมื่อเด็กหนุ่มสังเกตเห็นก็กล่าวขึ้น

“พี่ยังโกรธผมอยู่เหรอครับ ผมต้องขอโทษจริง ๆ นะครับที่ทำให้ไม่พอใจ”

“เปล่า ๆ ฉันไม่ได้คิดเรื่องของเธออยู่หรอกนะ หนูเวทย์”

คำพูดทีเล่นทีจริงของดรุณทำให้เวทย์เลิกคิดสงสารเขาขึ้นมาทันที แต่อีกใจหนึ่งก็ยินดีที่ชายหนุ่มกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิมอีกครั้ง

ความกังวลถูกกลบเกลื่อนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มของชายGM “ขอใช้โทรศัพท์หน่อยได้ไหม จะติดต่อหัวหน้ากลุ่มที่บริษัทน่ะ”

“ได้สิครับ เอ่อ.. แล้วพี่รู้จักคนที่ชื่อ...” ..มิ้นท์ ไหมครับ เขาหยุดพูดกลางคัน เพราะไม่แน่ใจว่าจะถามออกไปดีหรือไม่

“ชื่ออะไรล่ะ”

เวทย์ตัดสินใจในที่สุด “ไม่มีอะไรครับ ลืม ๆ ไปเถอะครับ ผมแค่สับสนนิดหน่อย” ครั้งนี้ความอยากรู้อยากเห็นของเขากลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ความรู้สึกลึก ๆ ในจิตใจ

เขาไม่ได้กลัวที่จะถาม แต่เขากลัวที่จะได้รับคำตอบ...

“เดี๋ยวผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ” เด็กหนุ่มกล่าวแล้วเดินตรงไปที่ห้องนอนของตน แต่เมื่อจับลูกบิดประตูก็นึกอะไรขึ้นมาได้ “เอ นี่พี่ยังไม่ได้อาบน้ำใช่ไหมครับ”

ดรุณพยักหน้าแทนคำตอบ “ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวพี่จะกลับไปอาบน้ำที่ห้องของพี่น่ะ”

“พี่มีกุญแจห้องเหรอครับ”

คำถามของเวทย์ทำเอาชายหนุ่มชะงัก ...กุญแจห้องของเขาหายไปพร้อมกับกระเป๋าสตางค์แล้วนี่

“ไว้ขอกุญแจดอกใหม่จากคุณป้าเจ้าของก็ได้” ดรุณตอบหลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง

เด็กหนุ่มหมุนลูกบิดเปิดประตู และกำลังจะเดินเข้าห้องนอน แต่แล้วก็หันกลับไปหาดรุณอีกครั้ง “ถ้าพี่ไปเมื่อไรช่วยล็อคประตูให้ด้วยนะครับ เดี๋ยวมีใครแอบเข้ามา”

พูดจบร่างเล็กก็เข้าห้องนอนไป ปล่อยชายหนุ่มให้อยู่คนเดียวในห้องรับแขก ดรุณนึกแปลกใจที่เวทย์กล้าปล่อยให้เขาเฝ้าห้องเพียงลำพัง ถ้าเขาเป็นขโมยป่านนี้ของในห้องคงโดนยกเค้าหายเกลี้ยงไปหมดแล้ว ..อาจเพราะเวทย์ยังเป็นเด็ก จึงยังไม่รู้ประสีประสาว่าโลกแห่งความจริงบางครั้งก็โหดร้ายกว่าที่คิด

“โชคดีที่เราไม่คิดอยากเป็นโจร” เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ในห้องมากดโทร

********************

มิ้นท์เดินวกไปวนมาในห้องทำงานอย่างกระวนกระวาย เมื่อพบว่าโต๊ะสีส้มอันเป็นที่นั่งประจำของผู้ร่วมอุดมการณ์กลุ่มบีนั้นว่างเปล่า แม้แต่รูนผู้ไม่เคยโดดงานก็ยังหายตัวไป เธอจึงให้ใหญ่ออกไปตามหา

และได้ตระหนักว่าการรอคอยทำให้เวลาหนึ่งนาทียาวนานเหมือนหนึ่งชั่วโมงได้ง่าย ๆ...

“ไม่ต้องเครียดไปหรอก เดี๋ยวพวกนั้นก็กลับมาเองนั่นแหละ” ชายร่างอ้วนผมสีเงินพยายามพูดปลอบ

“ไม่แน่หรอก พวกเขาอาจไม่กลับมาก็ได้ ก็เมื่อวานฉัน...”

หญิงสาวกล่าวโทษตัวเอง ชายร่างอ้วนได้ฟังก็ถอนหายใจยาว ปิดปากเงียบ

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์มือถือของมิ้นท์ก็ดังขึ้น เธอรีบคว้ามาอย่างมีความหวัง ทว่าเบอร์ที่แสดงบนหน้าจอกลับเป็นเบอร์ที่เธอไม่รู้จัก

“สวัส..”

“นั่นพี่มิ้นท์ใช่ไหมครับ” อีกฝ่ายแทรกขึ้น เสียงอันคุ้นหูทำให้มิ้นท์ชะงักไปครู่หนึ่ง “เอ่อ พี่มิ้นท์หรือเปล่าครับ..”

“ก็ใช่น่ะสิ! เธอหายไปไหนมาน่ะ คราวหน้าถ้าจะลาหยุดก็บอกกันก่อนสิ หายไปทั้งกลุ่มแบบนี้ฉันตกใจแทบแย่!” หญิงสาวรัวคำพูดเป็นชุด น้ำตาของเธอคลอเบ้า

“หายไปทั้งกลุ่ม... หมายถึงทุกคนในกลุ่มบีหรือเปล่าครับ”

มิ้นท์เริ่มรู้สึกถึงความไม่ชอบมาพากลในคำพูดของรูน “ถามอะไรแปลก ๆ ก็กลุ่มเธอหยุดกันทั้งกลุ่มเลยไม่ใช่หรือไง ไปเที่ยวไหนกันมาล่ะ”

“ผมไม่ได้ไปไหนครับ แล้วก็ไม่ได้อยู่กับพี่ ๆ กลุ่มบีด้วย บางทีพวกเขา...”

รูนหยุดไว้เพียงเท่านั้น ทำให้หญิงสาวขมวดคิ้ว

ตอนนั้นเองประตูห้องทำงานก็เปิดโผงขึ้น ใหญ่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

“ขอโทษนะ ฉันพยายามแล้ว” เขายื่นซองจดหมายสีขาวสี่ซองให้มิ้นท์

“แต่พวกกลุ่มบีก็ยังยืนกรานว่าจะลาออกให้ได้ มีใบลาออกฝากมาให้เธอด้วย”

มือถือของหญิงสาวร่วงกระทบพื้นทันทีที่ฟังจบ...

To be continued...

<<MA Tip เกร็ดน่ารู้เกี่ยวกับเกมมิทิเออร่า #8 การตั้งชื่อ & ฉายา>>

ตามปกติชื่อของตัวละครในมิทิเออร่าจะมาจาก Username ของตัวละคร เช่น เวทย์สมัครเข้าเกมด้วย username: Alive ชื่อตัวละครของเขาก็จะชื่อ Alive

แต่ Username ต้องเขียนด้วยภาษาอังกฤษ และ/หรือ สัญลักษณ์ _ เท่านั้น ไม่สามารถใช้ภาษาไทยหรือสัญลักษณ์อื่นได้ จึงมีทางเลือกที่จะทำให้ชื่อตัวละครมีสีสันขึ้น ด้วยระบบ “ฉายา”

ผู้เล่นสามารถตั้ง “ฉายา” ได้โดยการจ่ายค่าธรรมเนียม 1000 ริกซ์ ต่อการตั้งชื่อ “ฉายา” ตามหลัง Username เช่น PinnY ก็เปลี่ยนเป็น PinnY~ พี่ทุกสถาบัน

หรือสามารถจ่าย 3000 ริกซ์ เพื่อตั้ง “ฉายา” แทนที่ Username หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งคือการเปลี่ยนชื่อตัวละครนั่นเอง เช่น เข่ง, the Glorified

อย่างไรก็ตาม การตั้ง “ฉายา” ทำได้เพียงหนึ่งครั้งต่อหนึ่งตัวละคร ไม่สามารถเปลี่ยน “ฉายา” อีกครั้งได้ และเมื่อใช้ “ฉายา” ชื่อบนรองเท้าก็จะเปลี่ยนไปตาม “ฉายา” ด้วย

ข้อดีของ “ฉายา” คือ สามารถพิมพ์ด้วยภาษาหรือสัญลักษณ์อะไรก็ได้ แต่ด้วยราคาที่สูงพอสมควรทำให้ไม่เป็นที่นิยมมากนักในหมู่ผู้เล่นระดับต่ำ และผู้เล่นบางคนก็พอใจกับชื่อเดิมของตัวเองอยู่แล้วจึงไม่คิดจะใช้

_________________


เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง http://woratana.exteen.com/
NaNaChan
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 81
อายุ : 32
สังกัด : Lunartia Royal Army
อาชีพ : White Paladin
ความสนใจ : มากมาย
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: MeteorA Online Chapter 11+12 by Woratana   Fri Jun 01, 2007 9:05 pm

เรื่องชักซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพื่อนทรยศ ว่าแต่ไม่ตั้งกระทู้รวมเรื่องนี้เลยเหรอ?
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
ome
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 20
อายุ : 27
สังกัด : สมาคมไร้สาระ
อาชีพ : ชาวไร้สาระ
ความสนใจ : ฟิค และ เกม
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: MeteorA Online Chapter 11+12 by Woratana   Sat Jun 02, 2007 5:40 pm

ตามอ่านต่อไป งืม~ ซับซ้อนเรื่อยๆ =w=
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
uw
นักเรยนประถม
นักเรยนประถม
avatar

Male
เธˆเธณเธ™เธงเธ™เธ‚เน‰เธญเธ„เธงเธฒเธก : 97
อายุ : 24
สังกัด : อ๊าก เจ็บ สังมันกัด......
Registration date : 28/03/2007

ข้อมูลตัวละคร
เผ่า: มนุษย์
อาชีพ: ชาวบ้าน

เธ•เธฑเน‰เธ‡เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเน€เธฃเธทเนˆเธญเธ‡: Re: MeteorA Online Chapter 11+12 by Woratana   Mon Jun 04, 2007 9:13 pm

มาตอนตั้งตอน - -*
เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ Go down
เธ”เธนเธ‚เน‰เธญเธกเธนเธฅเธชเนˆเธงเธ™เธ•เธฑเธง
 
MeteorA Online Chapter 11+12 by Woratana
เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธเนˆเธญเธ™เธซเธ™เน‰เธฒ เธญเนˆเธฒเธ™เธซเธฑเธงเธ‚เน‰เธญเธ–เธฑเธ”เน„เธ› เธ‚เธถเน‰เธ™เน„เธ›เธ‚เน‰เธฒเธ‡เธšเธ™ 
เธซเธ™เน‰เธฒ 1 เธˆเธฒเธ 1

Permissions in this forum:เธ„เธธเธ“เน„เธกเนˆเธชเธฒเธกเธฒเธฃเธ–เธžเธดเธกเธžเนŒเธ•เธญเธš
REDICULOUS X WKCreative :: บริเวณลานกิจกรรม :: FICTION Library-
เน„เธ›เธ—เธตเนˆ: